ดัชนีความบาป

มันวัดกันตรงไหน

มันเป็นเรื่องของใครของมัน?

แต่ก็ยังมีการจะเอาออกมาวัดให้กัน

วันพระใหญ่ ห้ามขายเหล้า แต่ก็แดกกันให้ลึ่ม ซื้อไว้ก่อน ออกไปซื้อร้านขายของชำ สารพัด

เหล้าก็ไม่ต่างกับเครื่องดื่มทั่วไปที่แดกมากไปก็ไม่ดีทั้งนั้น ไม่เชื่อลองกินน้ำอะไรที่คิดว่าดีวันละขวดสองขวดสิ เบาหวานไม่แดกกระบาลให้มันรู้ไป

(วันก่อนคิดเรื่องอะไรไว้หว่า … วันนี้นึกไม่ออก) — วันที่ ๑๔ ก.พ. ตอนนั่งกินข้าวหมูแดง

มันยากที่จะบอกว่า ทำแบบไหนแล้วจะไม่มีปัญหาอะไร แล้วถ้ามันเว้นที่จะทำไม่ได้เสียแล้ว ก็ต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นกันไป

ก็ยังคิดเรื่องนี้ไม่ออกอยู่ดีว่า ดัชนีของมันจะเป็นอะไรดี “ความบาป” นอกจากที่เห็นจากการตราหน้ากันของคนดีในสังคม แปลกที่ไม่ค่อยเห็นคนไม่ดี ออกมาตราหน้าใครเท่าไหร่นัก ไม่เคยเห็นใครด่า “ไอ้คนดี” เลย มีแต่ “ไอ้เลว” เออก็แปลก มันเลยเป็น ดีที่ข้ามไปไม่พ้นเสียที

๑๑.๔๐ น. (ผ่านไปครึ่งวัน ก็ยังนึกไม่ออกว่า วันก่อนคิดอย่างไรกับเรื่องนี้)

ระหว่างที่อยู่ใน วังวนแห่งทุกข์ โดยไม่ทุกข์ (จะเป็นไปได้ไหม)
หรือจะหลุดออกจาก วังวนแห่งทุกข์ (จะมีไหม)

บรรดาดัชนีชี้วัดทั้งหลายก็ยังไม่เคยเห็นใครออกมาทำ ดัชนีความบาปกันสักที — มีดัชนีอาชญากรรม, ดัชนีความปลอดภัย, ดัชนียาเสพติด, ดัชนีความจน, ดัชนีความรวย

ไม่มี ไม่เห็น ไม่ได้บอกว่า ไม่มี … แต่ก็นั่นแหละ ใครจะวัด, เอาอะไรวัดก็คงจะมีคนแห่แหนมาบอกได้ว่าจะใช้อะไรวัด แต่เมื่อหยิบเครื่องมือออกมาวัดแล้วนี่สิ มันไม่หลอกตา ลวงใจคนวัดเลยหรือไร

ดัชนี

ดัชนี ข้าวหมูแดง หมูกรอบ กุนเชียง ไข่ต้ม (ยางมะตูมแก่) วันนี้

ธรรมดา ๔๐ บาท

พิเศษ (เยอะ) ๔๕ บาท

มีพริกน้ำส้ม พริกคั่ว ต้นหอม ซีอิ้วดำ

แกงจืดมะระ กระดูกหมู เห็ดหอม เก๋ากี้ ๓๕ บาท

น้ำแข็ง น้ำชา แก้วละ ๒ บาท

ดัชนี เงินเฟ้อ ยังไม่ได้คิด

ดัชนีความบาป ยังคิดไม่ออก ติดไว้ก่อน

เหตุเกิดที่บางกอก ซอยเซ็นหลุยส์

ที่ติดไว้ก่อน จะมาเขียนทีหลัง วันก่อนคิดเรื่องอะไรสักอย่าง เริดมาก ตอนนี้ลืมไปละ