Some things you need to know. Bitcoin

Bitcoin คือสกุลเงินในรูปดิจิตอล (Digital Currency หรือ Virtual Currency) ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ peer-to-peer ในการดำเนินธุรกรรมทางการเงินโดยไม่ผ่านคนกลางหรือสถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร หรือที่เรียกว่ารูปแบบ decentralized การบริหารจัดการธุรกรรมทางการเงิน (รับ,จ่าย,โอน) จะถูกดำเนินการโดยเครือข่ายของ Bitcoins ซึ่งก็คือผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีซอฟต์แวร์ประมวลผลสำหรับ Bitcoin ซึ่งผู้ประมวลผลดังกล่าวสามารถที่จะเป็นใครก็ได้ สรุปได้ว่า bitcoin ก็คือเงินหรือสกุลเงินในรูปแบบหนึ่งนั่นเองที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนสินค้าได้ เช่นเดียวกับเงินสกุลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

สัญลักษณ์ของ Bitcoin

BitcoinSign.svg

“BitcoinSign” by Satoshi Nakamoto – http://bitcoin.org. Licensed under Public domain via Wikimedia Commons – http://commons.wikimedia.org/wiki/File:BitcoinSign.svg#mediaviewer/File:BitcoinSign.svg

ลักษณะเด่นของ Bitcoin

ไม่มีตัวกลางควบคุมเช่น ธนาคารกลาง หรือ ธนาคาร ทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟต์แวร์ BitCoin สามารถประมวลผลการทำงานและการรับหรือส่งเงินได้

ง่ายในการเริ่มใช้งาน เราสามารถสร้างรหัสที่อยู่ หรือหมายเลขบัญชี ได้ด้วยตัวเองและใช้เวลาน้อยมากในการสร้างอีกทั้งยังสามารถสร้างได้ไม่จำกัด และไม่มีค่าธรรมเนียม

ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในรูปแบบที่เรียกว่า block chain หรือ ฐานข้อมูลการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมในการ รับ จ่าย เงินมีน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับค่าธรรมเนียมปัจจุบันของสถาบันการเงิน

มีความรวดเร็วในการทำธุรกรรม เราสามารถส่งเงินได้จาก โทรศัพท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ได้ในทันที

ไม่สามารถปฎิเสธการจ่ายเงินได้ เมื่อคุณจ่ายไปแล้วคุณจะไม่สามารถยกเลิกการจ่ายดังกล่าวได้ นอกเสียจากผู้รับจะโอนคืนมาให้เท่านั้น

การนำไปใช้งานของ Bitcoin
ใช้ ชำระค่าสินค้าหรือบริการ เช่นเดียวกับเงินสกุลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างการซื้อคอมพิวเตอร์ เราสามารถที่จะชำระค่าสินค้าดังกล่าวได้ด้วยเงินสกุล bitcoin

ผู้ที่จะใช้งาน Bitcoin ต้องมีอะไรบ้าง
Wallet หรือ กระเป๋าเงิน แต่จะเป็นกระเป๋าเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถใช้งานได้บน Mobile, Desktop, และ Web โดยกระเป๋าเงิน bitcoin จะอยู่ในรูปแบบของ กระเป๋าเงินเสมือนที่จะระบุยอดเงินคงเหลือ รายการที่ทำธุรกรรม ส่วนประกอบของ Wallet ที่สำคัญคือ Address เปรียบเหมือนที่อยู่คล้ายกับบ้านเลขที่หรือ email address ซึ่งจะใช้เมื่อมีผู้อื่นต้องการจ่ายเงินให้เรา หรือเมื่อเราต้องการจ่ายเงินให้กับผู้อื่นก็จะใช้ Address ดังกล่าวนี้ในการอ้างอิง ถ้าจะบอกว่า Address นี้ก็จะคล้ายกับหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากธนาคารก็ได้เช่นเดียวกัน โดยที่กระเป๋าเงินหรือ Wallet ของเราก็สามารถที่จะมีหลาย Address ได้ และ Address นี้สามารถที่จะสร้างขึ้นเมื่อใดก็ได้ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ ข้อควรระวังก็คือถ้าทำ Address (หรือไฟล์ที่เก็บข้อมูล) หายนั่นก็เหมือนกับการทำกระเป๋าเงินหรือบัญชีการเงินหายเช่นเดียวกัน ซึ่งก็จะทำให้เงิน bitcoin หายไปด้วย

ทำกระเป๋าเงินคุณให้ปลอดภัย
เหมือนกันกับในชีวิตจริง กระเป๋าเงินควรถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย Bitcoin นั้นสามารถที่จะถูกย้าย โอน ไปยังที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการที่จะควบคุมการเงินของเราก็ทำได้ง่ายเช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่าด้วยความสามารถที่มีหลากหลายนี้ ท่านก็ควรที่จะต้องมีการใส่ใจและระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้ามีการใช้อย่างถูกต้องแล้ว Bitcoin มีวิธีที่สามารถทำให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างสูงมาก จำไว้เสมอว่าเป็นความรับผิดชอบของท่านเองในการที่จะต้องปฏิบัติตามหลักการ ทำงานที่ดีในการที่จะป้องกันกระเป๋าเงิน (Bitcoin) ของท่าน

ราคาหรือมูลค่าของ Bitcoin ยังคงมีความผันผวน
ราคาหรือมูลค่าของ bitcoin ค่อนข้างจะทำนายได้ยาก และเพิ่มขึ้น ลดลงในระยะเวลาสั้น สั้น อยู่ตลอดเนื่องจากยังเป็นช่วงของการเริ่มต้นของการใช้งานและขึ้นอยู่กับสภาพ คล่องของการใช้งาน ด้วยเหตุนี้การเก็บเงินในรูปแบบของสกุลเงิน Bitcoin จึงยังมีความเสี่ยงสูงและไม่แนะนำให้เอาเงินออมหรือเงินที่ถ้าเกิดความสูญ เสียแล้วทำให้มีผลกระทบสูงมาเก็บไว้ในรูปแบบของเงินสกุล Bitcoin ณ ปัจจุบัน ทั้งนี้ถ้าเรารับเงินสกุล Bitcoin มาแล้ว ปัจจุบันนี้มีผู้ให้บริการหลายรายที่รับแลกเปลี่ยนสกุลเงิน Bitcoin ไปเป็นสกุลเงินท้องถิ่นที่ท่านใช้อยู่

การจ่ายเงินของ Bitcoin ไม่สามารถทำกระบวนการย้อนกลับได้
การ ทำธุรกรรมทุกครั้งของ Bitcoin ไม่สามารถยกเลิกหรือย้อนกลับกระบวนการทำได้ การเรียกคืนสามารถทำได้ด้วยการร้องขอกับผู้รับเงินเท่านั้น นั่นหมายความว่าคุณควรที่จะต้องระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงิน และควรทำกับบุคคลหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือเท่านั้น หรือทำธุรกรรมกับผู้ที่ไม่ปฎิเสธความรับผิดชอบ  ปกติแล้ว Bitcoin สามารถตรวจสอบการพิมพ์ Address ที่ผิดได้เพื่อที่จะไม่ทำให้คุณส่งเงินไป Address ที่ผิดโดยไม่ตั้งใจ หรืออาจมีกระบวนการอื่นในอนาคตที่จะสามารถช่วยป้องกันความผิดพลาดดังกล่าว

Bitcoin ไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีตัวตน
ทุก ธุรกรรมทางการเงินของ Bitcoin จะถูกเก็บไว้แบบเปิดเผยต่อสาธารณะและอยู่ตลอดไปบนเครือข่ายดังกล่าว หมายความว่า ทุกคนสามารถที่จะเห็นยอดคงเหลือและการทำธุรกรรมดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น Bitcoin address อะไรก็ตาม อย่างไรก็ตามการระบุถึงผู้ใช้ที่ใช้งาน Address ดังกล่าวก็ยังไม่สามารถทำได้จนกว่าผู้ใช้ Address ดังกล่าวนั้นจะเป็นผู้เปิดเผยเอง หรือเมื่อเกิดการซื้อหรือการขายเป็นต้น ซึ่งนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไมการใช้ Bitcoin address จึงควรที่จะใช้เพียงครั้งเดียว และต้องระลึกไว้เสมอว่าเป็นความรับผิดชอบของท่านเองที่จะต้องระมัดระวัง ป้องกันความเป็นส่วนตัวด้วยตัวเอง

การทำธุรกรรมทางการเงินให้มีผลในทันทีนั้นมีความเสี่ยง
ปกติ แล้วการทำธุรกรรมของ Bitcoin สามารถทำได้ในเวลาไม่กี่วินาทีจากนั้นจะเริ่มกระบวนการยืนยันที่ใช้เวลาอีก 10 นาที ด้วยระยะเวลานี้การทำธุรกรรมสามารถที่จะเชื่อได้แต่กระบวนการที่เกิดขึ้น นั้นยังสามารถที่จะทำย้อนกลับได้ ซึ่งอาจเกิดการฉ้อฉลได้ถ้าท่านไม่ต้องการที่จะรอการยืนยันจากเครือข่าย ด้วยการยอมเสียค่าธรรมเนียมเพื่อทำการยืนยันการทำธุรกรรมดังกล่าว สำหรับการทำธุรกรรมที่มีจำนวนเงินมากนั้น ผู้ใช้ควรที่จะรอการยืนยันอย่างน้อย 6 ครั้งหรือมากกว่านั้น ซึ่งการยืนยันแต่ละครั้งต่อหนึ่งธุรกรรมนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการที่จะทำ กระบวนการย้อนกลับให้ยากยิ่งขึ้น (Exponentially decreases)

Bitcoin ยังคงอยู่ในการทดลองใช้งาน
Bitcoin เป็นการทดลองการใช้งานเงินสกุลใหม่ที่ยังมีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการทดลองจะน้อยมากแล้วเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของการใช้งาน แต่ควรคำนึงถึงเสมอว่ามันเป็นระบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต ดังนั้นแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตล้วนแต่ยากที่จะคาดเดาได้ว่าจะเป็น อย่างไร

ประเด็นของภาษีและกฎหมายรองรับ
Bitcoin ยังไม่ใช่สกุลเงินอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน แม้ว่าจะสามารถใช้ในการจับจ่ายใช้สอยได้ก็ตาม แต่ประเด็นทางกฎหมายและภาระภาษี นั้นยังคงเป็นไปเช่นเดิมตามที่กฎหมายท้องถิ่นนั้นกำหนด

การป้องกันกระเป๋าเงิน Bitcoin

ระวัง การใช้งานทางออนไลน์ ควรระวังการใช้บริการกระเป๋าเงินบนระบบออนไลน์เช่น web เพราะมีโอกาสได้เสมอที่ระบบเหล่านั้นจะถูกเจาะข้อมูล และบริการเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ให้บริการที่จะสามารถรับประกันความสูญเสีย หรือประกันความปลอดภัยได้เหมือนกับธนาคาร เช่นนั้นแล้วควรที่จะเลือกใช้ wallet ในรูปแบบอื่น เช่น ใช้การเก็บบนโทรศัพท์ หรือ เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านเอง ถ้าจำเป็นต้องใช้ online wallet ก็ควรที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นพร้อมทั้งการใช้การยืนยันตัวตน แบบ two-factor เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน online wallet

อย่าพกเงินไว้เยอะ

กระเป๋า เงินอิเล็กทรอนิกส์แบบ Bitcoin ก็เหมือนกระเป๋าเงินทั่วไป ถ้าปกติเราไม่พกเงินจำนวนมากมากในกระเป๋าเงิน นั่นก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่เราก็จะไม่จำเป็นต้องเก็บเงินจำนวนมากไว้ใน Bitcoin wallet เช่นเดียวกัน โดยทั่วไปแล้วการใช้งานก็แค่เก็บเงินเท่าที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละวันใน กระเป๋า (Bitcoin wallet ที่เก็บใน Computer, Mobile, หรือ Server) และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในที่อื่นที่มีความปลอดภัย

ทำการสำเนาข้อมูล (สำเนากระเป๋าเงิน)
สำเนา ข้อมูลกระเป๋าเงินแล้วเก็บไว้ในที่ปลอดภัย การสำเนาข้อมูลและเก็บไว้ในที่ปลอดภัยจะช่วยป้องกันในกรณีที่คอมพิวเตอร์ เกิดความเสียหาย การผิดพลาดจากการใช้งาน หรือแม้แต่ช่วยในกรณีที่คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ของท่านถูกขโมยถ้าท่านได้มี การเข้ารหัสข้อมูลกระเป๋าเงินไว้

เข้ารหัสข้อมูลที่ทำการสำรองไว้ทุกครั้ง การสำเนาข้อมูลทางออนไลน์นั้นมีความเสี่ยงอย่างมากต่อการถูกขโมยดังนั้นการเข้ารหัสจึงมีความจำเป็นและมีความสำคัญอย่างมาก

เก็บไว้ในที่ปลอดภัย การเก็บข้อมูลไว้ที่ใดที่หนึ่งเพียงแห่งเดียวถือว่ามีความเสี่ยงสูง ถ้าเกิดความเสียหายกับที่เก็บข้อมูลนั้น ดังนั่นเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวจึงควรที่จะเก็บข้อมูลไว้ในหลายแหล่ง หลายที่เก็บ เช่น USB, พิมพ์ลงกระดาษ หรือ CD และเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย

ทำการสำรองข้อมูลเป็นประจำ  การทำสำเนาอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเงินหรือที่อยู่ที่ใช้รับส่งเงิน จะไม่สูญหายไป

การเข้ารหัสข้อมูลกระเป๋าเงิน สามารถช่วยป้องกันการขโมยข้อมูลได้ แต่ทั้งนี้ไม่สามารถป้องกันในกรณีของการคุมคามในรูปแบบของการดักจับการพิมพ์ข้อมูล (key logging)

อย่าลืมรหัสผ่าน เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าคุณลืมรหัสผ่าน คุณจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงกระเป๋าเงิน หรือที่อยู่ นั่นเท่ากับว่าคุณจะสูญเสียเงินไปทั้งหมด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงควรจดใส่กระดาษแล้วเก็บไว้ในที่ปลอดภัย

ใช้รหัสผ่านที่เหมาะสม เพราะการตั้งรหัสที่ง่ายต่อการคาดเดาจะทำให้ผู้อื่นที่ขโมยหรือได้กระเป๋าเงินไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย รหัสผ่านควรประกอบด้วยตัวอักษรเล็ก ใหญ่ ตัวเลข และอักขระพิเศษอื่นผสมกัน รหัสผ่านที่ดีควรมีความยาวไม่น้อยกว่า 16 ตัวอักษร ซึ่งท่านสามารถที่จะใช้โปรแกรมการสร้างรหัสผ่านในการช่วยสร้างรหัสได้ แต่การตั้งรหัสที่ยาวก็จะยากต่อการจดจำ ดังนั้นจึงควรหาวิธีที่เหมาะสมในการเก็บข้อมูลรหัสผ่านดังกล่าว

Bitcoin ทำงานอย่างไร

เมื่อคุณติดตั้งโปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวก็จะทำการสร้างกระเป๋าเงินและที่อยู่สำหรับใช้ในการรับส่งเงิน bitcoin ให้ โดยที่ท่านสามารถที่จะสร้างเพิ่มได้ทั้งกระเป๋าและที่อยู่ตามที่ต้องการได้ จากนั้นเมื่อต้องการรับหรือส่งเงิน ก็เพียงแค่ระบุที่อยู่ดังกล่าวให้กับผู้อื่นหรือขอที่อยู่ของผู้อื่นเพื่อใช้ในการส่ง เช่น เดียวกันกับการใช้ที่อยู่ของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง

สมุดบันทึก – Balances หรือ block chain หรือ shared public ledger (General Ledger) จะเป็นที่เก็บข้อมูลการรับหรือจ่ายเงิน ซึ่งธุรกรรมทุกอย่างจะถูกบันทึกอยู่ใน block และผูกโยงต่อเนื่องกันไป โดยข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลสาธารณะที่สามารถตรวจสอบได้

ข้อมูลธุรกรรม – Transactions  จะเป็นข้อมูลของการรับส่งเงินระหว่างกัน ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกบันทึกลงไปใน block chain โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกลงนาม (sign) ด้วยกุญแจ (private keys) ของผู้ใช้งาน เพื่อใช้ในการตรวจสอบและป้องกันการแก้ไขข้อมูล จากนั้นจึงส่งออกไปในเครือข่าย เพื่อให้มีการตรวจสอบและยืนยันการทำธุรกรรมดังกล่าวนั้น โดยกระบวนการอย่างหลังนี้เราจะเรียกว่า mining

การยืนยันการทำธุรกรรม – Processing หรือ mining เป็นระบบประมวลผลที่เป็นการตกลงร่วมกันในเครือข่าย เพื่อใช้ในการยืนยันการทำธุรกรรม ด้วยกระบวนการในการเข้ารหัส ด้วยกรรมวิธีทางการคำนวณทางคณิตศาสตร์ กับข้อมูลธุรกรรมใน block chain เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่สามารถที่จะแก้ไขข้อมูลการทำธุรกรรมได้ รวมถึงการป้องกันการทำข้อมูลปลอมขึ้นมาใน block chain ซึ่งการทำกระบวนการนี้จะมีการตอบแทนด้วยเงิน bitcoin  ให้กับผู้ที่สามารถทำการประมวลผลการตรวจสอบได้อย่างถูกต้องด้วยซึ่งหมายความว่าหน่วยประมวลผลในเครือข่ายดังกล่าวจะต้องแข่งขันกันในการประมวลผลจึงจะสามารถได้รับค่าตอบแทนดังกล่าวได้

กระบวนการทำธุรกรรม

Bitcoin transcations กระบวนการทำธุรกรรม จะมีการส่งข้อมูลการทำธุรกรรมจากกระเป๋าเงิน โดยข้อมูลจะถูกลงนามด้วยลายเซ็นดิจิตอลเพื่อใช้ยืนยันโดยข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้นทุกคนที่อยู่ในเครือข่ายจะสามารถรับรู้ได้ทั้งหมด รวมถึงประวัติของการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดด้วย การทำงานของธุรกรรมนี้แท้จริงแล้วก็เหมือนกับว่าไม่ได้มีเงินดังกล่าวให้เห็นหรือจับต้องได้ เพราะคงมีแต่เพียงการบันทึกของการทำธุรกรรมทางการเงินของสองที่อยู่ (ผู้ส่ง ผู้รับ) เท่านั้น เช่นเดียวกับการบอกว่าเรามีเงินอยู่ในบัญชีเงินฝากนั่นเองซึ่งเมื่อดูไปแล้วก็ไม่เห็นจะมีเงินจริงจริงตรงไหนเพียงแต่แค่เราบอกว่า นี่ไงเงินของฉัน (ตัวเลขในกระดาษ หรือตัวเลขในไฟล์) โดยทุกธุรกรรมนั่นจะถูกบันทึกในสมุดบัญชีทั่วไปหรือที่เรียกว่า block chain การที่เราจะทราบว่ายอดเงินคงเหลือของแต่ละอันนั้น เราจะไม่สามารถดูได้จากข้อมูลในที่อยู่บัญชี แต่เราจะต้องเข้าไปดูและประมวลผลข้อมูลในสมุดบันทึกบัญชีหรือ block chain เท่านั้น

แล้วหน้าตาของธุรกรรมเป็นอย่างไร ถ้านาย ก ส่งเงิน bitcoins ให้กับ นาย ข ข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้นจะมีสามส่วนคือ ส่วนข้อมูลนำเข้า ซึ่งคือข้อมูลที่อยู่ ที่ใช้ส่งเงินมาให้กับ นาย ก (ที่ได้รับมาจากเพื่อนอีกที)  / จำนวนเงินที่จะส่งที่ นาย ก จะส่งให้ นาย ข  / ส่วนข้อมูลส่งออก ซึ่งคือที่อยู่ของผู้รับ นั่นก็คือที่อยู่ของ นาย ข

วิธีการส่ง การส่งเงินเราต้องการทราบสองสิ่งคือ ที่อยู่ในการส่ง (bitcoin address) และ กุญแจสำหรับเซ็นกำกับข้อมูล (private key) ซึ่งทั้งสองสิ่งก็เป็นเพียงตัวเลขผสมกับตัวอักษรที่ทำการสุ่มขึ้นมา ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับว่า ที่อยู่ดังกล่าวก็เหมือนกล่องเก็บเงินใบใสที่สามารถมองเข้าไปเห็นได้ว่ามีอะไรอยู่บ้างแต่จะมีเฉพาะผู้ที่มีกุญแจเท่านั้นที่จะสามารถเปิดกล่องดังกล่าวเพื่อที่จะหยิบเอาสิ่งของที่อยู่ในนั้นได้ เมื่อนาย ก จะส่งเงินให้ นาย ข นาย ก จะใช้กุญแจดังกล่าวนี้ เป็นตัวประทับคล้ายกับเป็นลายเซ็น กับข้อมูลซึ่งก็คือ แหล่งที่มา (ที่อยู่) ของเงิน จำนวนเงิน และ ที่อยู่ของ นาย ข จากนั้น นาย ก ก็จะส่งมันจากกระเป๋าเงินของนาย ก เข้าไปยัง เครือข่าย bitcoin จากนั้นสิ่งที่เรียกว่า bitcoin miners ก็จะทำการตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลดังกล่าว เพื่อบันทึกข้อมูลนั่นลงไปใน block ต่อไป 

ทำไมเราต้องรอการในการประมวลผลธุรกรรม ด้วยเหตุผลที่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นนั้นจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจาก miners ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการประมวลผลโดยเฉลี่ยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาอยู่ประมาณ 10 นาที ซึ่งผู้รับเงินหรือร้านค้าก็อาจจะให้เรารอจนกว่าธุรกรรมนั้นจะได้รับการยืนยันเสียก่อนถึงจะมีการส่งมอบสินค้าให้ แต่บางครั้งบางร้านค้าก็ยินดีส่งสินค้าให้ก่อนโดยไม่รอให้การยืนยันเสร็จก่อน โดยเฉพาะธุรกรรมที่มีจำนวนเงินไม่มาก

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการการระบุยอดเงินเข้าและออกไม่ตรงกัน

เนื่องจากบันทึกจำนวนเงินคงเหลือสกุลเงินนี้จะปรากฏเฉพาะการบันทึกการทำธุรกรรมเท่านั้น และเราสามารถที่จะทำหลายธุรกรรมได้ที่ ที่อยู่เดียวกัน เช่น เมื่อ นาย ก ส่งเงินมาให้ นาย ข 2 bitcoins และ นาย ค ส่งมาให้ นาย ข 3 bitcoins นาย ง ส่งมาให้ นาย ข 1 bitcoins   ซึ่งกรณีนี้จะเกิดธุรกรรมที่แยกกัน 3 ธุรกรรม และเป็นคนละเวลากัน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่า นาย ข จะมีเงินรวมกันในกระเป๋าเงินของนาย ข เท่ากับ 6 bitcoins แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีรายการธุรกรรมเกิดขึ้น 3 ธุรกรรม และเมื่อ นาย ข ต้องการส่งเงินให้ นาย ฮ ระบบของกระเป๋าเงินก็จะใช้รายการธุรกรรมแต่ละรายการที่มีอยู่นั้นพร้อมกับยอดเงินที่ นาย ข ต้องการส่ง นั่นหมายความว่าถ้านาย ข จะส่งเงินให้ นาย ฮ เป็นจำนวน 1.5 bitcoins จะพบกว่ารายการธุรกรรมที่มีอยู่ของนาย ข ไม่มีรายการใดที่ตรงกับจำนวนเงินที่ต้องการส่งเลย และเนื่องจากไม่สามารถที่รวมหรือแยกจำนวนเงินในแต่ละธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ นาย ข ก็จะส่งรายการที่มีอยู่หนึ่งรายการไปและรับเป็นรายการกลับมาเป็นเงินทอนแทน นั่นคือ นาย ข จะส่งรายการธุรกรรมที่มีจำนวน 2 bitcoins (ที่ได้รับจาก นาย ก) ไปยัง นาย ฮ โดย นาย ก คือข้อมูล input ของธุรกรรมและนาย ฮ คือ output ของธุรกรรม แต่สิ่งที่นาย ข ต้องการส่งคือ 1.5 bitcoins ดังนั้นระบบกระเป๋าเงินจะทำการสร้าง output เป็น 2 outputs สำหรับธุรกรรมนี้คือ 1.5 bitcoins ไปยังนาย ฮ และ 0.5 bitcoins ไปยังที่อยู่ใหม่ ซึ่งจะสร้างขึ้นมาสำหรับ นาย ข ซึ่งเพื่อที่ใช้เหมือนเป็นเงินทอนได้ที่รับคืนจาก นาย ฮ

มีการคิดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมหรือไม่

มีเป็นบางครั้ง แต่ไม่เสมอไป โดยค่าธรรมเนียมดังกล่าวเกิดได้จากการคำนวณจากหลากหลายปัจจัย บางระบบของกระเป๋าสามารถให้เรากำหนดค่าธรรมเนียมได้เอง โดยที่ธุรกรรมที่ไม่ได้ส่งให้ผู้รับหรือส่งกลับเป็นเงินทอนจะถูกพิจารณาเป็นค่าธรรมเนียม โดยค่าธรรมเนียมนี้จะมอบให้กับ miner ผู้โชคดี ที่สามารถประมวลผลธุรกรรมได้สำเร็จก่อนคนอื่น