ขายของทางเน็ต

จะทำอย่างไร?

เอา ไงดี ถ้าเป็นผมนะเหรอ ตามปัญญาทึบ ทึบ ของผม อย่างแรก เลือกร้านค้าที่มีอยู่แล้วบนเน็ต แล้วเราก็สมัครเป็นสมาชิกของ web เขา เรียบร้อย แล้วก็ลงรายละเอียดของสินค้า

อย่างที่สอง ถ้าไม่ทำแบบแรก ก็ทำ web เอง เอาตั้งแต่ง่าย ง่าย (จ่ายน้อย) ก่อน ก็สมัคร web ฟรีทั้งหลาย เช่น blogger.com หรือ wordpress.com แล้วเราก็ลงรายละเอียดสินค้าลงไป เช่น

ลงรูปสินค้า แล้วก็อธิบายไป ขายคนใส่แว่นตา (ตามภาพข้างบน) รายละเอียดสินค้าก็เล่าไป
รายละเอียดสินค้าและบริการ

  • ขายแบบชั่วคราว
  • สินค้าเป็นเพศชาย
  • วัยรุ่นตอนปลาย
  • ราคา ๒๐,๐๐๐ บาทต่อชั่วโมง
  • สามารถให้คำปรึกษาได้บางเรื่องเช่น เรื่องไร้สติ ขาดปัญญา

วิธีการสั่งซื้อ โทรสั่งได้ที่หมายเลข 081 352 XxXx หรือส่ง email มาได้ที่ แคบหมู@บริษัทอะไร.com
การ ชำระเงิน รับเป็นเงินสด โอนเข้ามาที่บัญชีหมายเลข 001-021-9999 ธนาคารกะลุ๊กปุ๊กไทย (ควรจะเปิดบัญชีแบบ internet ไว้ด้วยจะได้ตรวจสอบการโอนเงินได้สะดวก) ท่านที่ต้องการใบเสร็จ กรุณาส่งที่อยู่สำหรับออกใบเสร็จมาให้ด้วย

การส่งสินค้าและบริการ ทางเราจะรีบส่งสินค้าให้ท่านทาง EMS ใช้ระยะเวลาประมาณ ๒ วันหลังจากได้รับเงิน

นโยบายการรับประกัน ทางเราไม่รับประกันใด ใด ทั้งสิ้น

โจทย์ที่เหลือคือ

1. จะเขียนข้อความ ภาพ เสียง ข้อมูล อย่างไร ให้มีความน่าเชื่อถือ

  • ใส่แผนที่ตั้งร้านค้า บริษัท ที่อยู่ ลงไปใน web ด้วย ถ้ามีเลขทะเบียนการค้า ทะเบียนภาษี ใส่ลงไปด้วย
  • รูปภาพ ลงไปให้ชัด ชัด ใหญ่ ใหญ่ ถ่ายมันทุกแง่ ทุกมุม ได้ยิ่งดี
  • รายละเอียดสินค้าลงให้ชัด ชัด เยอะ เยอะ ละเอียด ดียังไง เหมาะกับใคร

2. จะส่งหน้า web หรือจะทำอย่างไรให้กลุ่มเป้าหมายของเราเข้ามาเห็น web ขายสินค้าของเรา (อันนี้ยากสุดละ)

  • ขึงป้ายโฆษณาแขวน กลางถนน (ถ้ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายมันผ่าน)
  • ลงโฆษณา ใน google, pantip.com, web หนังสือพิมพ์ (ผมคนนึงละไม่กดอ่านโฆษณา), facebook.com
  • ลง ใน web board อันนี้ ผมว่าตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดละ เช่น web board มักจะเป็นที่รวมกลุ่มของคนที่สนใจอะไรเหมือนกัน ผมเห็น web ขายเสื้อผ้า outdoor ที่ลงใน web board แห่งหนึ่งที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งเขาไม่ได้ทำ web เลอเลิศ อะไรเลย แต่สินค้ามันตรงกลุ่ม ชัดเจน ราคาโดนใจ บริการเร็ว

แล้วถ้าไม่ทำเองละ เหตุผลก็คือ ลองนึกสิว่า เวลาเราอยากมีบ้าน เราเขียนแบบบ้านเองมั้ย ไปขุดหลุม วางเสา เทปูน ตอกตะปู เองมั้ย ครับ ก็คงไม่ ถ้าเราไม่ได้เรียนจบ ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องบ้านหรือมีอาชีพสร้างบ้าน เราก็คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ พวก วิศวกร สถาปนิก ช่าง ต่าง ต่าง เขาทำให้(ปลูกบ้าน) ฉันใด ก็ฉันนั้น

ถ้าเราอยากได้ web ดี ดี (ตามแบบที่เราคิดว่าดี และคนที่เข้ามาใช้ดูแล้วเขาชอบ) ก็จ้างนักออกแบบ ทำ web เขาทำให้ สิครับ ค่าใช้จ่ายเท่าที่ผมทราบ ราคาก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป (ถูกกว่านี้มีไหม มี ไปหาดูเอง เพราะราคานี้คือที่ผมรู้มา) โดยยังไม่รวมค่าเช่าสำหรับเอา web ที่สร้างแล้วไปแสดง รวมถึงชื่อของ web ด้วย เช่น http://www.ขายบริการ.com อยากได้ชื่ออะไรก็ตั้งเอา อยากได้ web แบบไหน ก็เล่าให้คนรับจ้างฟัง (เหมือนเราจะสร้างบ้านนั่นแหละ เช่น จะมีกี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ)

ทั้งนี้ ทั้งนั้น มันเป็น web ขายของ ที่สำคัญคือ ท่านต้องรู้เรื่อง เกี่ยวกับธุรกิจที่จะทำให้ดี ถ้าไม่ดี ก็ลองผิด ลองถูก  หาประสบการณ์ ให้ดี ส่วนบทเรียนจะแพงแค่ไหน หรือท่านอยากจะได้ web ท่านอลังการขนาดไหน ท่านก็ดูเงินในกระเป๋าท่านนั่นแหละครับคือคำตอบ

นี่เป็นคำแนะนำเบื้องต้น สำหรับ การทำแบบง่าย ง่าย เท่านั้น ถ้าท่านอยากจะมี web แบบที่ท่านเคยเห็น เคยใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบบ amazon, itunes, ebay นั่นจะต้องไปว่ากันยาวละครับ web แบบนั้น จะมีส่วนประกอบหลายส่วน เช่น ระบบสมาชิก, ระบบสั่งซื้อ, ระบบจ่ายเงิน(ผ่านบัตรเครดิต),​ ระบบติดตามการจัดส่ง ฯลฯ  มันก็เหมือนกับว่าเราจะขายอะไรละ ขายกล้วยทอด ผมถามว่าคุณเคยเห็นคนขายกล้วยทอด สร้าง showroom พร้อมศูนย์บริการมั้ยครับ อย่างดีผมก็มีรถเข็นคันนึง หรือไม่ก็แผงในตลาด พร้อมอุปกรณ์ทอดกล้วยของผม นั่นแหละคำตอบว่าเราต้องมีอะไรมากน้อยขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจของเราแล้วละครับ

พอแค่นี้ก่อน ครับเรื่องนี้ยังไม่จบ ถ้าไม่ขี้เกียจจะมาเล่าให้ฟังต่อ

สายตา

สายตา … บนรถโดยสาร มองมา ทำให้นึกถึง แววตา และความนึกคิด เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ทำไมตาคู่นี้ ดูไม่มีความสุขเลย เดาว่า เจ้าของสายตาคงกำลังกลับบ้านหลังจากเลิกงาน สบกับสายตาของเธอบนรถยนต์โดยสารกับสายตาของผมบนอานรถมอเตอร์ไซค์ ที่กำลังจะกลับบ้านเหมือนกัน มันเหมือนสายตาของผมเมื่อ ๒๐ ปีก่อน

ก็มึงจะเศร้าอะไรหนักหนาเล่ากับเมืองบางกอก ที่รถติด ทำงานแลกเงิน จ่ายค่าเช่าบ้าน ค่ากิน ค่ารถ สายตาอมทุกข์ ปนสุข ที่อยากจะไขว่คว้า หาโอกาสที่ดีในชีวิต หรือฝันถึง รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ต้องห้อยโหน รอคอย การเดินทาง เพื่อที่จะมีความสุขบนความทุกข์ ในอีกรูปแบบหนึ่ง สำหรับคนที่รู้ว่ามีแล้วเป็นแบบนี้

สายตาที่มองหาความหวัง ของคู่ร่วมสุข ร่วมทุกข์ ว่าจะมีไหมสักคน ร่วมเคียงข้างกาย

สายตา … ที่บอกว่า ฉันจะกิน ฉันจะอยู่อย่างไร

สายตาที่หลับไปอย่างอ่อนเพลีย พร้อมกับปลอบตัวเองว่าพักผ่อน เถอะ พรุ่งนี้ ต้องสู้ต่อไป

สายตาคู่หนึ่ง ที่เราเจอกันบนถนนชีวิต

ก็แค่นั้น

จะต้องตื่นเต้น ไขว่คว้า เที่ยวเสาะหา กันไปถึงไหน
มันก็เป็นเช่นนั้นเอง
จบ

อ้าว … ไม่มีอะไรแล้ว ก็บอกแล้วไง มันก็แค่นั้นแหละ จะต้องเล่าอะไรอีกละ