ฅนช่างพูด

อย่างไรก็ตาม จะให้เขาหยุดพูดเลยไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นธรรมชาติของเขา ที่ควรทำก็คือ ฝึกสอนให้เขาพูดแต่สิ่งดีมีประโยชน์ ละเว้นคำพูดที่เกิดโทษ ไร้ประโยชน์ ให้รู้จักตรึกตรองถ่องแท้ก่อนจะพูด ส่วนคำพูดบ่นหรือเพ้อฝันไร้สตินั้นเลิกเสียก็ดี

หากทำได้อย่างนี้ก็นับว่าการฝึกอบรมเขาได้ก้าวหน้ามาหลายขั้น ทำให้ชีวิตมีอุปสรรคระหกระเหินน้อยลง เป็นประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย

อุบายหรือเคล็ดลับในการฝึกสอนเขามีอย่างไรบ้าง

อยากให้เขาพูดดี เราต้องคิดดี พูดดี ทำดี เป็นตัวอย่าง

คิดดี คือการมองโลกมองคนในด้านดี ยอมรับเสียก่อนว่าทุกคนเท่ากันในสิทธิความเป็นมนุษย์ เราปรารถนาความสุข คนอื่นก็เหมือนกัน พร้อมที่จะให้อภัยในความผิดพลาดและล่วงเกิน เพราะเราเองก็เคยเป็นเช่นนั้น

พูดดี คือไม่หลอกลวง ไม่ป้ายร้าย ไม่รุนแรง ไม่เพ้อเจ้อ

ทำดี คือ ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียด แต่เกื้อกูลด้วยปรารถนาให้ทุกผู้คนเป็นสุข

เมื่อเราเองทำตัวอย่างที่ดีเช่นนี้ได้แล้ว ก็วางใจได้ได้ในพฤติกรรมของเขา หากเราเองยังทำไม่ได้ดีพอ ก็ไม่ควรจะไปลงโทษว่าเขาไม่ดีอย่างเราต้องการ เพราะเขาคอยเอาอย่างเราอยู่

เมื่อเขาพล่ามเพ้อน้อยลง คำพูดมีสาระมากขึ้น รู้จักจังหวะนิ่งและคอยฟัง มีสติมากขึ้น ก็จะเลิกส่งเสียงดัง และไม่ทำให้เกิดความขายหน้าและยุ่งยาก โดยตะโกนผ่านปากออกไปบริภาษหรือทะเลาะกับผู้อื่น

บางส่วนจากหนังสือ รู้สึกนึกคิด ระวี ภาวิไล

ไอ้กระผมนะหรือสันดานปากไม่ดีนักหรอก แต่คิดดีก็พอจะได้อยู่ นั้นเป็นข้อเสีย เพราะถึงแม้เรื่องที่พูดจะมีประโยชน์แต่ทำให้ผู้ฟังไม่พอใจได้ มันเลยเป็นเหตุให้  ไปสร้างเหตุต่อ

ท้ายสุด ผู้ที่เตรียมจะมีปัญญาย่อมเข้าใจว่า “เขา” เป็นอะไร “เขา” คือใคร