เลื่อน เคลื่อน ย้าย

ช่วงเดือน สองเดือนที่ผ่านมา ที่ทำงานมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ หลังจากที่ มีการบอกกล่าว แนวคิดมาตั้งแต่ ไตรมาสสองของปี ๒๕๕๕ และพึ่งมีผลเป็นรูปธรรมเมื่อ มกราคมนี้ แน่นอนว่า มีการเปลี่ยนแปลง สับเปลี่ยน ยุบหน่วยงาน เพิ่มหน่วยงาน ในส่วนของผู้บริหารก็มีการ เลื่อนตำแหน่ง ออกจากตำแหน่ง ยุบตำแหน่ง  สำหรับพนักงานทั่วไป การโยกย้ายปรับเปลี่ยนไปทำงาน แผนกอื่น เปลี่ยนส่วนงาน ก็มีทั้งที่รู้ตัว ไม่รู้ตัว  เกิดความหวาดระแวง ความไม่เข้าใจ ความกลัว กังวลใจ และไม่แน่ใจว่า ที่ตนอยู่เดิม หรือที่จะต้องไปอยู่ใหม่ จะเป็นอย่างไร

มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย เช่น เขาทำผิดอะไร ทำไมฉันจึงต้องมาอยู่ตรงนี้ ต้องไปอยู่ตรงโน้น ฉันอยากทำโน้น ฉันไม่อยากทำนี่ ฯลฯ

อยากจะบอกว่า ทุกอย่างมีเหตุ มีผลของมันเสมอ อาจจะเป็น เหตุผลของมึง หรือ เหตุผลของกู ก็แล้วแต่ แต่มันก็มีเหตุและผล ขึ้นมาไม่ว่าจะเหตุผลของใครก็ตาม

มีคำถามว่าแล้วทำไมเขาถึงไม่มีการบอกกล่าว ปรึกษาหาทางออกที่จะทำให้ทุกคนพอใจ นั่นนะสิ เราจะคาดหวังสิ่งนี้ได้จากทุกส่วนงานในองค์กรขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็กได้ไหม ที่ทำแล้ว ทุกอย่างลงตัว ทุกคนพอใจ

คนที่ไม่เคยโดน ก็คงเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้ลำบาก บางคนที่ไม่เคยโดนกับตัวเอง แต่สามารถที่จะเข้าใจเรื่องความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้ ก็จะสบายใจ แล้วนั่งดูความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างสบายใจ ไม่ต้องทุกข์ร้อนอะไรมากมาย เพียงแค่เตรียมการและปรับตัวเข้ากับสิ่งแปลก แปลก ใหม่ ใหม่ และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด หรือไม่ก็มอง นั่งอมยิ้ม เฝ้าดูผู้คนที่ดิ้นรน ตัดพ้อ กับสิ่งที่ตัวเองไม่พอใจ หรือไม่สมใจอยาก

อยากจะบอกว่าเรื่องเหล่านี้ มันเป็นเรื่องธรรมดา มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แล้วถ้าท่านไม่อยากที่จะต้องได้รับบทเรียนแบบนี้ ไปพร้อมกับการที่จะต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ละก็ ให้รีบศึกษาถึงสภาวะแบบนี้ เสียแต่วันนี้ว่าการ ได้ลาภ ได้ยศ ได้สรรเสริญ ได้สุข แล้วนั้นก็ต้องมีการเกิดของสิ่งตรงข้ามกันเสมอ คือท่านก็จะเกิด เสียลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา ตกทุกข์ ถ้ายังไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้ มันก็จะเกิดคำถามในใจขึ้นมาว่า  “แล้ว กูผิดอะไร”  ถึงเวลานั้น ใครที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ มันจะมึน คิดอะไรไม่ออก เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วทำให้เป็นแรงผลักให้ดิ้นรนไปต่าง ต่าง นา นา คิดหาทางออกสารพัด หาทางที่จะไป หรือไม่ก็ยอมจำนน อย่างคับแค้น ทำการระบายถ่ายทุกข์ไปด้วยวิธีหลากหลาย

ถ้ายังนึกภาพไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไร ก็ลองดูตัวอย่างจากรุ่นพี่ ที่ใช้ชีวิตอยู่ในวันที่ ๓๐ กันยายน และ วันที่ ๑ ตุลาคม ตอนอายุ ๖๐ ครบกำหนดที่ต้องเกษียณ ออกจากการทำงานในองค์กรดูเถิด แค่ชั่วข้ามวัน ทุกอย่างที่เป็นอยู่ ก็หายวับไปกับตาทั้งหมด แล้วส่ิงที่หมายมั่นปั้นมือว่าใช่เหล่านั้น มันจะยึดโยงอยู่กับอะไร ที่จะบอกได้ว่ามันใช่อย่างที่เรากำลังคิดอยู่เมื่อเราสมหวัง ผิดหวังอยู่กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นครั้งนี้

Advertisements