ธรรมชาติ, ไม่ธรรมดา

การกระทบของอารมณ์

มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง (อ่าน)

เล่าจากประสบการณ์ตัวเอง

บางคนอาจจะมี อาจจะเป็น อาจจะเคย ก็ว่ากันไป

เวลาที่เราฝึก (บางคนอาจมีอยู่โดยไม่ต้องฝึก ก็ดี) ฝึกสติ ได้ดีในระดับหนึ่ง มันจะสามารถสลัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นออกไปได้เร็ว เร็วแค่ไหน นั่นอีกเรื่อง ที่ดีมากมากคือเร็วมากมาก (เสี้ยววินาที) ถึงที่สุดแล้วก็ไม่มีการวัด เพราะถือว่ากระทบแต่ไม่กระเพื่อมเลย ถ้าย่อหย่อน ก็อาจจะชั่วข้ามคืน ตื่นขึ้นมาก็หาย แต่ ก็อาจจะไปตามจับกับอารมณ์นั้นนั้นที่เกิดขึ้นใหม่อีก คำว่าเร็วคือ เมื่อ รู้สึก รู้สึกรัก รู้สึกชอบ รู้สึกโกรธ รู้สึกโมโห รู้สึกหลง(ลุ่มหลง) รู้สึกแบบโน้นรู้สึกแบบนี้ จะรู้สึกอะไรก็แล้วแต่ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรมากระทบ การสลัดได้เร็ว หมายถึง เมื่อกระทบแล้ว ก็ผ่านไป(เกือบจะในทันที ในแง่ของตัวเอง ที่ไม่ได้เก่งกาจอะไรมาก) แต่ถ้าเป็นไอ้อ่อน ก็กระทบแล้วรู้สึกติดพันนานหน่อย อาจจะหลายวินาที นาที หรือหายไปแล้ว เกิดความจำ ผุดขึ้นมาคิดต่อได้อีก

ทำไปนานนาน จนบางที คนจะมองว่า ไอ้นี่มันไม่มีความรู้สึก (รัก โลภ โกรธ หลง ฯลฯ) มันไม่เคย …(รู้สึก) เปล่าเลย มันยังรู้สึก แต่ ถ้ามีสติดี มันสลัดออกไปได้เร็ว สลัดคือ ไม่ใช่การปฏิเสธมัน หรือไม่ใช่การโยนทิ้ง ไม่ใช่การต่อต้านมัน แต่มันก็การยอมรับแบบหนึ่งก็ได้ (ศิโรราบ) หรือการวางความรู้สึกเป็นกลาง แล้วไอ้ความรู้สึกนั้นมันก็หายไปของมันเอง

บ้างเขาก็เปรียบเหมือนโยนอะไรลงไปบนผิวน้ำ มันเกิดการกระทบ แต่ มันจะกระเพื่อมไหว รุนแรง นาน หรือไม่ นั่นมันอีกเรื่อง บ้างเกิดการกระทบ แต่ ไม่มีการไหวกระเพื่อมเลย หรือเกิดการกระเพื่อม ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า เปรียบได้ แบบนั้น

บางที ที่ฝึกบ่อย ฝึกได้ดี เวลาดูหนัง ดูละคร ก็รู้สึกเฉย ไป (คล้ายจะไม่สนุก) มันไม่เหมือนที่เราปล่อยให้มันรับอารมณ์แล้วรู้สึกคล้อยตามไปกับมัน (กระเพื่อม) แต่มันก็ยังกระทบ กระเพื่อมอยู่ (ยังไม่บรรลุนี่) แค่มันรู้สึกตัวดี บางครั้งก็ยอมปล่อยให้มัน อยู่ในวังวนไปบ้าง ฮ่า ฮ่า

ใครจะทำ จะหัด จะไม่ทำ นั่นก็แล้วแต่ ทำเองก็รู้ ไม่ทำก็คงไม่ได้ผิดอะไร (แต่คนที่เคยทำแล้ว ที่รู้แล้วพ้นไปแล้ว ก็มักจะเตือนว่า เสียดายเวลา เสียดายโอกาสนะ ถ้าไม่หัด ไม่ฝึก)

ข้อดีคือ เวลารับรู้เรื่องดีดี เช่น ดีใจ รัก ชอบ รสสัมผัส ที่ดี มันจะรู้สึกได้ดีมากมาก รับการสัมผัส มีการรับรู้ได้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะกิน (รู้รส) การฟัง การดู การเกิดความรู้สึกข้างใน

ข้อดีอีก คือ เวลารับรู้เรื่องไม่ดี รู้สึกโมโห รู้สึกเกลียด รู้สึกไม่ชอบ มันจะไม่กระทบกระเทือนอะไรเลย (คล้ายกับว่า ทนได้ แต่ไม่ใช่จำเป็นต้องทน ถ้าทนคือการต่อต้าน การปฏิเสธ) มันจะไม่โกรธใคร ไม่เกลียดใคร หรือถ้าจะโกรธ จะเกลียด ก็เป็นแต่ไม่นาน คำว่า ไม่นานคือ ไม่กี่วินาที ไม่กี่นาที ถ้าเป็นชั่วโมง หรือ เป็นวัน อันนี้ นานไปละ

และมันจะมี เมตตา เกิดขึ้น มาแทน เราอาจจะเกลียดศัตรู แต่ สุดท้าย ก็มีเมตตา ต่อเขา เมื่อถึงที่สุด หรือเราก็ไม่ต้องเกลียด และปฏิบัติต่อกัน ตามเหตุ ตามผล ที่พึงมี หรือ ทำไปตามเหตุ ว่าต้องทำอะไร ไม่ต้องทำอะไร อะไรที่ต้องทำไปตามที่เหมาะที่ควร

 

วันที่  28 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เวลา 12:40:28 น.

บนเตียงนอน ที่บ้านตรอกจันทน์

 

Advertisements
มั่ว

ติดตั้ง ThingsBoard

ทำตามนี้ https://thingsboard.io/docs/user-guide/install/rpi/

อาจจะต้อง เฉไฉไปทางนี้ ถ้าอย่างใช้ PostgreSQL เป็นฐานข้อมูล ซึ่งอาจต้องอ่านนี่เพิ่มด้วย https://medium.freecodecamp.org/how-to-get-started-with-postgresql-9d3bc1dd1b11

กรณี port ที่ใช้อยู่ชนกับ port ที่เปิดใช้งานอื่น ก็เปลี่ยนก่อน รายละเอียดหมายเลข port อยู่นี่ https://thingsboard.io/docs/user-guide/install/config/

 

 

มั่ว, ไม่ธรรมดา

การบริหารจัดการวิกฤตการณ์น้ำท่วมด้วยเครื่องมือจาก Google

ตอนที่สอง ต่อจากตอนแรก https://kaebmoo.wordpress.com/2011/10/18/google-crisis-response/

Google Crisis Response

มาว่ากันต่อ ชักจะติดลมนิด นิด แต่ไม่รู้จะเขียนได้แค่ไหน ลงไปในรายละเอียดสักนิดว่าเราจะใช้เครื่องมือเหล่านั้นอย่างไร แล้วเราต้องมีอะไรบ้าง เริ่มจาก

  1. อินเทอร์เน็ต แน่นอนไม่มีไม่ได้ ไม่มีแล้วจะใช้ Google ได้อย่างไร เอะ ก็น้ำมันท่วมระบบสื่อสารก็เสียหาย ไฟฟ้าไม่รู้จะมีหรือไม่ แล้วจะเอาอินเทอร์เน็ตจากไหนละวะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อนมาดูข้อต่อไป
  2. คอมพิวเตอร์ จะเป็น PC เป็น Mac เป็นกระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์ ก็ Tablet นั่นแหละ หรือแม้แต่โทรศัพท์ ขอให้มันเปิด web ได้ก็พอ แต่ไอ้สองอย่างหลังนี่ อาจจะมีข้อจำกัด
  3. ใช้อินเทอร์เน็ตเป็น และมีความรู้ทางด้านอินเทอร์เน็ตบ้าง ถ้าบอกว่า facebook คืออะไร twitter คืออะไร google maps ใช้อย่างไร แบบนี้สงสัยจะไม่รอด
  4. ความรู้ทางวิชาชีพ อะ อันนี้ถ้าไม่มีก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วละครับท่าน นอกเหนือจากนี้ก็ต้องมีความรู้ทางด้านระบบพิกัดภูมิศาสตร์  คณิตศาสตร์ สถิติ เป็นต้น
  5. โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือวิทยุสื่อสารที่สามารถใช้ได้ในกรณีที่เครือข่ายโทรศัพท์ไม่สามารถใช้การได้ โทรศัพท์ถ้าเป็นแบบ smart phone ได้ยิ่งดีโดยเฉพาะรุ่นที่มี GPS ถ้าไม่มีจะมีอุปกรณ์ระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์หรือ GPS ต่างหากก็ได้ ซึ่งระบบ GPS นี้จะสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่สามารถแจ้งระบุตำแหน่งได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

การระบุตำแหน่งมีความสำคัญอย่างไร สำคัญตรงที่ว่าทำให้ผู้บริหารจัดการสามารถวางแผนในการแก้ไขสถานการณ์ได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น จะเห็นได้ว่าการนำเสนอข่าวหรือการวิเคราะห์ข้อมูลได้มีการนำแผนที่มาใช้ประกอบการอธิบาย รวมถึงการที่หน่วยกู้ภัยที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็จะสามารถทราบตำแหน่งของผู้ประสบภัยได้อย่างถูกต้อง เพราะถ้าไม่รู้ตำแหน่งก็คงไปหากันไม่เจอ

ปัจจุบันทราบว่าการระบุตำแหน่งสามารถทำได้ง่ายขึ้น เช่น ข้อมูลของการไฟฟ้ามีการเก็บข้อมูลตำแหน่งของมิเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้นเพียงแค่ผู้ประสบภัยแจ้งบ้านเลขที่ หมู่บ้าน ตำบล ก็จะทำให้ทราบตำแหน่งที่อยู่ของผู้แจ้งได้ทันที คำถามมีอยู่ว่าแล้วเราจะเข้าถึงระบบแผนที่หรือ GIS ของการไฟฟ้าได้หรือไม่ คำตอบในภาวะวิกฤตก็ต้องบอกว่าทำได้ยากหรือไม่ได้เลย แล้วเราจะแบ่งปันตำแหน่งเหล่านี้ได้อย่างไร หรืออีกกรณี ถ้าเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปถึงจุดประสบภัยแล้วทราบตำแหน่งพิกัดจากอุปกรณ์ GPS แล้วจะแบ่งปันพิกัดเหล่านี้ให้กับผู้อื่นที่เกี่ยวข้องได้อย่างไร คำตอบก็คือใช้ Google Maps ครับ เราสามารถที่จะสร้างแผนที่ขึ้นมาโดยกำหนดให้เป็นแบบสาธารณะ (public) ในการแก้ไขแผนที่เราสามารถที่จะใช้เครื่องมือคือ การวางตำแหน่ง (placemark) ซึ่งมี icon สัญลักษณ์ให้เลือกตามความเหมาะสม การวาดเส้น (Lines) การวาดเส้นตามถนน และการวาดเส้นล้อมรอบพื้นที่ (Shapes) โดยสามารถกำหนดสีเพื่อระบุความหมายได้ สำหรับการวางตำแหน่งเมื่อเราทราบพิกัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพิกัดของผู้ประสบภัย (ละติจูด ลองติจูด) เราก็สามารถจะกำหนดจุดพิกัดดังกล่าวในแผนที่ได้ทันที

รูปแสดงตัวอย่างแผนที่ ที่สร้างจาก Google Maps

😉

07 09 2018 มาถึงวันนี้ ไม่รู้เรายังมีปัญหาแบบ 2554 อยู่อีกมั้ย

บานนั้น, มั่ว

อาหารการกิน

อาหารการกิน

ไม่กินเนื้อ(วัว)

เคยหลอกให้กินเนื้อค่าง … กินแล้วด้วย … พอรู้ พะอืดพะอม

Babe

Babe

DSC02540

แล้วรู้ไหมว่าเขาเลี้ยงสัตว์เพื่อเอามาขายให้เราซื้อไปกินกันอย่างไร

หรือเราจะเลี้ยงในทุ่งโล่ง ให้สัตว์มันร้องเพลงสบาย สบาย ไม่ต้องจับมาฆ่า แค่เขียนป้ายแปะว่าวันนี้ฉันต้องการหนึ่งตัว แล้วมันก็เดินต้อย ต้อย มากลั้นหายใจตายเอง ให้เราแล่เนื้อไปกิน ไปขาย

สัตว์เลี้ยงที่บ้าน

ยิงกระรอก ยิงนกในป่า

 

ร่างไว้นานมาก 😉 ตั้งแต่ Nov. 12, 2013  คิดไม่ออกแล้วว่าจะเขียนอะไรต่อ 2018 09 07

มั่ว

เปลี่ยนโทรศัพท์ Android มาเป็นเครื่องที่ใช้ iPhone จะย้ายเบอร์มาเครื่องใหม่ได้อย่างไร

ก่อนอื่นอ่านบทความนี้ก่อน https://kaebmoo.wordpress.com/2014/11/24/move-iphone-contacts-to-android/ เพราะบทความอันนี้จะเขียนสั้นสั้น หลักของวิธีการคือทำกลับกัน นั่นก็คือทำการเอาข้อมูล Contacts ออกมาจาก Google (export) แล้วก็นำมาเข้าใน Contacts ของ iCloud (import) โดยไปที่ Contacts อยู่เมนูด้านขวาบนของจอภาพ (อย่าลืม login เข้า gmail ก่อน)

contacts

จะขึ้นหน้านี้ เลื่อนลงไปข้างล่างที่ More แล้วเลือกไปที่ Export

export

เลือกการ export เป็นแบบ vCard

exportcontacts

จากนั้นก็ไป login เข้า iCloud แล้วเลือก Contacts จากนั้นหน้าจอด้านล่างซ้ายเลือกไปที่ import

importvCard

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ เบอร์โทร ฯลฯ ทั้งหมดทั้งปวงที่เคยอยู่ในโทรศัพท์ Samsung, Huawei, Mi, Vivo สารพัดเครื่อง Android ก็จะมาบังเกิดอยู่บนเครื่อง iPhone

ถ้าท่านมีสองเครื่องทั้ง Android และ iPhone ใช้งานพร้อมกัน อยากให้เบอร์โทรสองเครื่องมันเหมือนกัน เพิ่มบนเครื่อง Android แล้วอยากให้มันเพิ่มบน iPhone ให้เอง ว้าวววว ความอยากมากจังนะเธอ คุณต้องมี Application เช่น IFTTT แล้วติดตั้งลงไปในโทรศัพท์ เช่น บนเครื่อง iPhone แล้วก็หา Applet พวก Automatically add new iOS Contacts to your Google services หรือในทางกลับกันก็จาก Google ไป iOS Contacts อันนี้บอกวิธีแล้วแต่ไม่สอนไปค้นหาขั้นตอนเอาเอง วันนี้ขี้เกียจ 😀

แต่ถ้าคุณเห็นว่าบทความเหล่านี้พอมีประโยชน์ อยากจะช่วยค่าเบียร์ผม เชิญครับเชิญ จ่ายเงินตรงนี้ https://paypal.me/ogonan ส่งมาส่งมา ยินดีต้อนงับ เป็นอย่างยิ่ง

มั่ว

LoRa WAN

LoRa
คำว่า LoRa ย่อมาจาก Long Range เมื่อเพิ่มคำว่า Wide Area Network เข้าไปก็จะเป็น Long Range Wide Area Network หรือ LoRaWAN

LoRaWAN เป็นมาตรฐานการสื่อสารสารแบบไร้สายแบบหนึ่ง (มาตรฐานการสื่อสารไร้สายมีหลายแบบ เช่น WiFI, Bluetooth, FM Radio, GSM, 3G, LTE, NB-IoT …) โดยการสื่อสารแบบ LoRaWAN สามารถที่จะทำให้อุปกรณ์ในระบบของ Internet of Things สามารถที่จะสื่อสารกันได้ด้วยระยะทางไกลและใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย (สามารถใช้แบตเตอรี่ได้)

  • คุณสมบัติพื้นฐานของ LoRaWAN
  • ใช้ได้ระยะทางไกล (> 5 km, > 10 km, > 80 km)
  • ประหยัดพลังงาน (แบตเตอรี่ อาจใช้ได้มากถึง 1 ปีหรือมากกว่า!!!)
  • ราคาไม่สูง (อุปกรณ์สื่อสาร หลักร้อยบาท)
  • อัตราการส่งข้อมูลต่ำ (< 50 kbps)
  • ใช้ย่านความถี่ ที่ไม่ต้องขออนุญาต
  • ส่งและรับข้อมูลได้ (Bidirectional)

จากคุณสมบัติจะเห็นได้ว่า LoRa มีข้อดีหลายข้อยกเว้นเรื่องอัตราการรับส่งข้อมูลที่มีความเร็วต่ำ (ขนาดข้อมูลเล็ก) ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดในการออกแบบที่ต้องแลกกันกับเรื่องของ ระยะทาง, ความเร็ว, การใช้พลังงาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มักจะสวนทางกัน เช่น ถ้าต้องการความเร็วสูงมากก็จะได้ระยะทางการส่งที่ไม่ไกล หรือถ้าต้องการรับส่งในระยะทางไกลด้วยความเร็วสูงมากก็จะต้องใช้พลังงานมาก แต่เนื่องจากอุปกรณ์ IoT ส่วนใหญ่นั้น มีการส่งข้อมูลที่น้อยในระยะเวลาสั้น ความต้องการความเร็วในการส่งข้อมูลปริมาณมากนั้นจึงไม่จำเป็นซึ่งก็จะทำให้ได้ข้อดีของการใช้พลังงานน้อย และเนื่องจาก LoRa นั้นสามารถใช้ความถี่ในย่านที่ไม่ต้องขออนุญาตจึงทำให้เราสามารถที่จะวางอุปกรณ์สื่อสาร LoRaWAN Gateway ได้เองเพื่อสร้างเครือข่ายใช้งานของตัวเองขึ้นมาในราคาหลักพันหรือหมื่นบาทเท่านั้น สำหรับกฎเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ประกาศสำหรับความถี่ย่าน 920-925 MHz ที่จะสามารถใช้กับ LoRa ในประเทศไทยนั้น ในกรณีกำลังส่งของอุปกรณ์น้อยกว่า 50 mW ไม่ต้องมีใบอนุญาตให้ทำ มี ใช้ นำเข้า และนำออก แต่ต้องมีใบอนุญาตให้ค้า กรณีกำลังส่งน้อยกว่า 500 mW ไม่ต้องมีใบอนุญาต มี ใช้ และนำออก แต่ต้องมีใบอนุญาตให้ทำ นำเข้า และค้า ในกรณีที่ส่งด้วยกำลังสูงมากกว่า 500 mW (< 4W) ต้องขอรับใบอนุญาตจาก กสทช. ทุกกรณี

ด้วยคุณสมบัติของการส่งข้อมูลและการประหยัดพลังงาน ก็ทำให้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เรียกว่า Internet of Things, Internet of Everythings, หรือ M2M (Machine to Machine) ซึ่งมักจะเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่และมีการรับส่งข้อมูลไม่มากในระยะเวลาสั้น

ตัวอย่างการนำไปใช้งาน

ระบบวัด (Metering)

  • ส่งข้อมูลวันละ 1 ถึง 5 ครั้งต่อวัน เกี่ยวกับปริมาณการใช้ เช่น มิเตอร์น้ำ, มิเตอร์ไฟฟ้า

ระบบจอดรถ

  • ส่งข้อมูลเมื่อมีรถเข้าจอดหรือออกจากที่จอด
  • ไม่ต้องมีการเดินสายสัญญาณ เหมือนระบบเดิม

ถังขยะ

  • ส่งข้อมูลเมื่อขยะเต็มถัง
  • ประหยัดเวลาในการเลือกเก็บเฉพาะถังที่เต็ม

ระบบไฟส่องสว่าง

  • ควบคุมไฟถนนตามสภาวะแวดล้อมและแจ้งสถานะ

ระบบตรวจวัดสภาพแวดล้อม

  • เสียง, อุณหภูมิ, ฝุ่นละอง, ความชื้น

ระบบบริหารสินทรัพย์

  • ตรวจสอบสถานะและตำแหน่ง

ระบบเกี่ยวกับสุขภาพทางร่างกาย

  • การตรวจจับการล้ม, การขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน, ข้อมูลทางการแพทย์

ระบบตรวจสอบ

  • สินค้า, รถยนต์, สัตว์

 

lora_architecture.jpg

สถาปัตยกรรมของระบบ

สำหรับการส่งข้อมูล เมื่อดูจากแผนภาพ ยกตัวอย่างเช่น ตัวตรวจจับ (sensor) มีการส่งข้อมูลไปยัง Application จะเป็นการส่งจากทางซ้ายไปทางขวาของภาพ เมื่อตัวตรวจจับ (sensor) ได้รับข้อมูลก็จะทำการเข้ารหัสและส่งผ่าน LoRa radio เมื่อ Gateway ได้รับข้อมูล ก็จะส่งต่อไปยังเครือข่ายอื่นเช่น 3G หรือ Ethernet หรือ WiFi เพื่อส่งไปยัง Network Server จากนั้น Network Server ก็จะส่งต่อข้อมูล (routes the message) ไปยัง Application ปลายทางตามที่กำหนด

สำหรับการส่งข้อมูลกลับ เช่น การสั่งเปิดไฟส่องสว่างก็จะกลับทิศทางกันคือเริ่มจากขวาไปซ้าย แต่บางครั้งเนื่องจากการออกแบบอุปกรณ์บางประเภทให้ใช้พลังงานน้อย อุปกรณ์เหล่านั้นก็อาจจะไม่สามารถที่จะรอรับคำสั่งได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของอุปกรณ์ (device classes) ที่จะเลือกหรือออกแบบขึ้นมาใช้งาน

Devices (End Nodes)
อุปกรณ์ LoRaWAN สามารถเป็นอะไรก็ได้ ที่รับหรือส่งข้อมูลได้ นิยามที่จำเพาะเจาะจงในเรื่องนี้อาจไม่มีแต่โดยทั่วไปเรามักยกตัวอย่างของ อุปกรณ์ตรวจวัด ตรวจจับ เช่น
อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ, ระบุตำแหน่ง (GPS), Electric Plug ที่สามารถสั่งเปิดปิดได้, อุปกรณ์วัดพลังงานไฟฟ้า

kiwi-tec_LAS-201_04

ตัวอย่างเครื่องตรวจวัดฝุ่นละอองในอากาศ PM2.5 และอุณหภูมิ ความชื้นของ kiwi-tec

Device classes
A: สามารถรับข้อมูลได้เฉพาะเมื่ออุปกรณ์กำลังส่งข้อมูลเท่านั้น
B: เหมือนกับ A แต่ สามารถรอรับข้อมูลในช่วงระยะเวลาที่กำหนด
C: สามารถรับส่งข้อมูลได้ตลอดเวลา

สำหรับคำศัพท์ต่อไปนี้

  • Device addressing
  • LoRa radio

จะเกี่ยวข้องกับเรื่องทางเทคนิค แต่สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ถ้าสนใจที่ https://lora-alliance.org/about-lorawan ในเบื้องต้นสำหรับ LoRa radio นั้นจะมีการใช้ความถี่ดังนี้ ในยุโรป 868MHz และ 433 MHz อเมริกา 915 MHz ประเทศไทยใช้ 920-925 MHz

Gateway
Gateway หรือที่เรียกว่า MODEM หรือ access point เป็นอุปกรณ์ที่รับข้อมูลจากอุปกรณ์ปลายทาง (devices) ผ่านทางคลื่นวิทยุ ในรัศมีที่คลื่นวิทยุนั้นครอบคลุม

Network Server

หลังจากที่อุปกรณ์ได้ส่งข้อมูลและถูกรับโดย LoRa gateway ข้อมูลนั้นก็จะถูกส่งต่อไปยัง Network Server ซึ่งก็จะทำหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • รวบรวมข้อมูลที่มาจากทุก LoRaWAN gateways ในเครือข่าย
  • ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวไปยัง application ที่กำหนดไว้
  • ควบคุมอุปกรณ์ gateways
  • เลือก gateway ที่เหมาะสมในการส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ ในกรณีที่มีหลาย gateway ในพื้นที่ ที่อุปกรณ์นั้นปรากฏอยู่
  • พักข้อมูลไว้จนกว่าอุปกรณ์แบบ A หรือ B พร้อมที่จะรับข้อมูลแล้วจึงส่งให้
  • ขจัดข้อมูลที่ซ้ำซ้อน เช่น กรณีที่ gateway หลายตัวรับข้อมูลมาจากอุปกรณ์เดียวกัน

Application
คือการใช้งานของผู้ใช้ซึ่งจะเป็นส่วนของการประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาหรือการสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่ง

Security
สำหรับเรื่องนี้สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ถ้าสนใจ https://lora-alliance.org/about-lorawan

เปรียบเทียบระหว่าง LoRa และ NB-IoT
เป็นเทคโนโลยีไร้สาย ที่ใช้พลังงานต่ำทั้งคู่ โดย LoRa ถูกพัฒนาขึ้นมาก่อน ในขณะที่ Narrow Band IoT ถูกพัฒนามาจากกลุ่มผู้จัดทำมาตรฐานของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดย NB-IoT ไม่จำเป็นต้องมี Gateway แบบ LoRa โดย NB-IoT สามารถใช้สถานีฐานของโทรศัพท์ได้เลยในความถี่เดียวกับความถี่โทรศัพท์

ตารางเปรียบเทียบระหว่าง Sigfox, LoRa, และ NB-IoT

sigfox_lora_nb-iot

Table from : https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2405959517302953

ตัวอย่างการใช้งาน NB-IoT และ LoRa ในประเทศ

  • AIS http://business.ais.co.th/iot/index.html มีกรณีศึกษาในความร่วมมือในการทดสอบการใช้งาน NB-IoT กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน
  • True http://trueiot.truecorp.co.th/ มีเนื้อหาสำหรับ ผู้พัฒนา ผู้ใช้งานทั่วไป ผู้ใช้งานกับธุรกิจ แต่ยังเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ทั่วไป (ยังไม่ถึงกับ IoT หรือเทคโนโลยีที่ใช้ NB-IoT)
  • DTAC ยังไม่มีข้อมูลความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้
  • CAT LoRa IoT https://loraiot.cattelecom.com มีข้อมูลว่าจะเปิดให้บริการ เบื้องต้น 18 จังหวัดและขายชุดทดสอบสำหรับนักพัฒนา