หิว อิ่ม

เสียงเปรย เอ่ยถามขึ้นมาหลังอาหารมื้อค่ำ

“อืม อิ่ม” ความหิวหายไปแล้ว บทสนทนาก็เกิดขึ้น

“เอะ … ในเวลาแบบนี้ มันยังมีคนหิว ไม่มีจะกินอีกไหม”

คำถามดูจะทำให้คิดว่า ยุคนี้มันยังจะมีเรื่องแบบนี้อยู่ในบ้านเมืองเราอีกไหม

ผมตอบไปอย่างไม่แน่ใจ พลางนึกถึงไปว่าน่าจะยังมีเหตุการณ์แบบนี้อยู่ “น่าจะมีนะ”

“ฮ่า ฮ่า” นึกขึ้นมาได้ผมหัวเราะแล้วบอกต่อไปว่า  “เราควรจะหัดหิว หัดอดไว้บ้างนะ จะได้รู้”

“พวกบนดอย อะไรแบบนี้หรือเปล่า”  มีคำถามตามมาอีก ผมพยายามนึกว่า บ้านนอก หรือชาวเขาจะอดไม่มีกินไหม

“ชาวเขาไม่น่าจะอด”  นั่นสิ อยู่ตามป่า ตามเขา ไม่น่าจะอดได้ ตามบ้านนอกจะมีไหม คิดไปถึงชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา ทั่วไปก็ไม่น่าจะมี นอกเสียจากคนจรจัด คนรับจ้างรายวัน ที่จนไม่มีเงินเก็บ  แล้วคนไม่มีกินนี่มันอยู่ส่วนไหนของสังคมนี้(วะ) หรือว่าผมไม่เคยหิว มันก็ไม่ใช่ หรือว่าเราไม่เคยต้องอยู่ในสภาพนี้ (มันก็เคยบ้าง) เราอิ่มเสียจนไม่เคยได้ลิ้มรสความหิว จนบางทีก็ลืมมันไปแล้ว

“ก็น่าจะเป็นพวกคนรับจ้างรายวันนะ พวกนี้น่าจะอดไม่มีกิน” ผมตอบหลังจากพยายามนึกถึงว่า จะมีใครไม่มีจะกินบ้าง หรือจะเป็นพวกจรจัดไม่มีบ้านอยู่

คู่สนทนาเอ่ยต่อว่า “เนี่ย พวกคนงานรายวัน พอวันหยุดก็ไม่มีงาน ต้องมารอวันจันทร์ถึงจะได้มาทำ แล้วก็รับวันต่อวัน เคยถามว่าแล้ววันอาทิตย์ทำยังไง ก็กินน้ำแล้วก็นอนหลับ”

ผมคิดในใจเออวะ ก็จริงของมัน นอนซะก็จะได้ไม่ต้องหิว  จะว่ามันขี้เกียจ แล้วจะให้มันไปขยันที่ไหนดีละ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันควรจะสร้างโอกาสขึ้น หรือว่าโอกาสไม่มีไปถึงเขาเหล่านั้น แล้วก็นึกไปเห็นถึงภาพคนงาน ใช้ที่เจาะปูนเจาะพื้นปูน ใส่รองเท้าแตะเก่า เก่า แว่นตาป้องกันก็ไม่มี ได้แต่ใช้เสื้อเก่าโพกหน้าไว้ บริษัทผู้รับเหมาก็คงไม่เคยคิดจะมีรองเท้า หรืออุปกรณ์การทำงานที่ปลอดภัยอะไรให้สำหรับคนเหล่านี้ทั้งนั้น หน่วยงานต่าง ต่าง ก็ดูแลมาไม่ถึงคนเหล่านี้ หรืออาจจะไม่คิดจะมาดูเลย ตัวเขาเองจะทำให้ได้ดีกว่านี้ไหมก็คงไม่เพราะธรรมดาแค่จะกินก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว

คนที่ไม่เคยหิว (คงไม่มี) แต่ คนที่ไม่เคยอด คงจะนึกไม่ออกว่า การไม่มีจะกินในแบบที่มันไม่รู้จะไปหาหรือขอใครกินได้ที่ไหน ความรู้สึกที่ว่าต้องอดไปจนกว่าจะมีโอกาสได้กิน แถมยังต้องอดเป็นประจำ อดจนไม่อยากจะคุ้นเคย อดในแบบที่ไม่รู้ว่าความแน่นอนมั่นคงในความอิ่มเป็นอย่างไร ถ้าใครยังไม่เคยเจอก็คงจะนึกไม่ออก แบบที่ผมพยายามนึกอยู่ในขณะนี้ เพราะแม้ว่าจะเคยมาบ้างนานแล้ว ก็นึกสภาพในปัจจุบันไม่ออกแล้วว่ามันเป็นอย่างไร

คุณนึกภาพความอดอยากแบบที่ไม่ต้องมีใครบอกออกไหม?

เรื่องราวความขม

เรื่องมันมาจากตรงนี้

แต่มันก็ไม่ได้เริ่มต้นจากตรงนี้

ปกติแล้วมักจะพกกล้องถ่ายรูปไว้ตอนขึ้นเครื่องบินเป็นประจำ เอาไว้ถ่ายภาพทางอากาศ ก้อนเมฆ และที่สำคัญ ก็จะถ่ายข้อมูลในหนังสือวารสาร เพื่อบันทึกสถานที่เที่ยว ที่กิน ที่ถูกแนะนำในหนังสือ แต่คราวนี้ดันเอาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้า ซึ่งยัดเก็บไว้ช่องเก็บของบนหัว จะไปรื้อออกมาก็วุ่นวาย นั่งริมหน้าต่าง ขืนออกที เข้าที ไอ้คนนั่งข้าง ข้าง คงรำคาญแย่ ยังดีที่มีกระดาษจดพร้อมปากกา ที่สะดุดตาก็คือข้อความที่ว่า “กาแฟ … ความขม ที่ชาวโลก … ไม่ปฏิเสธ” ซึ่งเป็นข้อความทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ระบุชื่อคนเขียนว่า P. Ladda ก็เป็นข้อความที่เขาเรียกกันว่าข้อความเก๋ เก๋ เท่ เท่ ที่สำคัญคือทำติดไว้ข้างฝาในร้านกาแฟ ตัวเบ่อเร่อ เลยทีเดียว ดูจากภาพแล้วร้านก็สวยดี ข้อความก็เข้าท่า ก็เลยจดไว้ ตามประสาคนชอบกินกาแฟ (กินบ้าง ไม่กินบ้าง ตามแต่โอกาส แต่ก็กินเกือบทุกวัน) ตอนนั้นก็ยังไม่คิดอะไร ว่าจะต้องไปดื่มให้ได้ แต่ก็จดไว้เป็นข้อมูลสะสม สำหรับการเล่า การเขียน หรือการแนะนำ ว่าแนวคิดเจ้าของร้านเขาก็ตั้งใจดีนะ “ความขม ที่ชาวโลก ไม่ปฏิเสธ” แต่ถ้าเป็นความ “ขมขื่น” “ขื่นขม” ทางจิตใจ นี่ชาวโลก หรือชาวที่ไหน ก็คงจะไม่ชอบ

จบ ก็บอกแล้วว่ามันไม่ได้เริ่มจากตรงนี้

ไปเที่ยวเชียงราย ตอนร้อน ร้อน กันดีกว่า หนีความร้อนกันจากบางกอก ด้วยเรื่องตื่นเต้นสำหรับวันศุกร์สิ้นเดือนของเดือนเมษายน

“รถพี่ออกกี่โมงครับ” คนขับรถ taxi ถาม ตอนกำลังจะเข้าช่องจ่ายค่าทางด่วน

“ทุ่ม สิบห้า” ตอนนั้นเวลาประมาณ หกโมงครึ่งหน่อย หน่อย

“ไม่น่าทัน” taxi บอก คนขับลังเล เหมือนจะถามว่า เอาไงดี

“ทัน พี่ ทัน ไปเหอะ” แหงนมองดูป้ายบอกปริมาณจราจร อ้าว แดงเถือกเลย เวรละกู พอขึ้นไปปุ๊บ สวัสดีความติดครับท่านผู้ชม ผู้ฟัง นั่งสบาย สบาย คุยกันไปสบาย สบาย ลุ้นกันไปสบาย สบาย ดูไป ดูมา ท่าทางกูจะไม่สบายด้วยการไปไม่ทันแน่ แน่ เอาวะ โทรไปบอกเขาหน่อย

“ผม ไปไม่ทันแน่เลยครับ รถติดอยู่บนทางด่วน”

“เรา ให้คุณเพิ่มได้อีก ๑๐ นาทีคะ จะเลื่อนให้เป็น ทุ่ม ยี่สิบห้านาทีนะคะ ถ้ามาไม่ทันเราต้องออกรถคะ ตั๋วไม่สามารถคืนหรืออะไรโน้นนี่นั่น ฯลฯ ได้ ท่านผู้โดยสารควรจะต้องเผื่อเวลาในการเดืนทางอย่างน้อย ๒ ชั่วโมงนะคะ ฯลฯ”  … โดนอบรมอีก แต่ก็จริงของเขาทุกเรื่อง

สักพัก มีโทรศัพท์เรียกเข้า “พี่ ครับ พี่อยู่ถึงไหนแล้ว”

“ด่วนดินแดงครับ” โกหก อีกต่างหาก เหมือนจะให้ตัวเองดูดี ว่ากูใกล้ถึงแล้ว

“พี่ คิดว่าจะมาทันไหมครับ”

“ไม่น่าทันครับ”

“งั้นผมสลับเที่ยวรถให้พี่เลยนะครับ แต่ถ้าสลับแล้วพี่ได้ไปรถที่ค่าตั๋วถูกกว่า พี่ไม่ได้ส่วนต่างคืนนะครับ ฯลฯ”

“ครับ ครับ ยังไงก็ได้ครับ”

หลังจากนั้น ก็ได้ข่าวว่า “สลับได้แล้วนะครับ พี่ได้ไปเที่ยว สองทุ่มครึ่งนะครับ” ไชโย เข้าใจลึกซึ้งก็วันนี้ จากอดีตที่เคยได้ไปนั่งฟังเขาประกาศหาผู้โดยสารว่า “ผู้โดยสารที่มีตั๋วโดยสารที่จะเดินทางไป ….. ต้องการเดินทางก่อนเวลาไปกับรถเที่ยว …….”  มันเป็นแบบนี้นี่เอง งานนี้มีกูเป็นสาเหตุให้ต้องประกาศ ดีนะว่ามันมี หลุดช่วงทางเลี้ยวไปพระราม ๙ มาได้ โห โล่งครับท่าน ตามที่คุณ taxi บอกเลยว่า หลุดจากตรงนี้ไปก็ไม่ติด พอไปถึงท่ารถ ทุ่มครึ่ง เห็นไอ้คันของเรา (เดา) กำลังออกไปพอดี  แต่ก็ช่างเถอะไม่ผลอะไร ยื่นตั๋วให้คุณน้องประชาสัมพันธ์ พร้อมกับบอกว่าของผมเขาให้เลื่อนไปเที่ยวสองทุ่มครึ่ง “พี่รอก่อนนะคะ” แล้วก็เอาตั๋วเราไปสอดไว้ ระหว่างนั้นก็มีคนมาถาม ถาม ถาม มีคนมาสลับเที่ยวรถ (คนเยอะมาก มาก) นั่งรอ เล่นโน้นนี่นั่น ไปเรื่อย เอะ เกือบครึ่งชั่วโมง เอะ ทำไม ไม่เรียกกูสักทีวะ ลุกไปถามอีกที

อ้าว เวรละไอ้น้อง มึงลืมนี่หว่า พอทวงปุ๊บ ได้ปั๊บเลย สรุปว่า ได้ประเภทรถตามตั๋วที่มี แถมยังได้นั่งตามตำแหน่งที่จองไว้อีก แม่โวย โชคดี ซะไม่มี

แล้วจะเล่าทำไม เอาไว้เตือนว่าคราวหน้าอย่าโอ้เอ้ นะจ๊ะเธอ

ถึงแล้ว ระหว่างรอ

แล้วพาหนะก็มาเกยถึงที่ในตอนเช้า ประมาณว่าแงะกันออกมาจากที่นอนแต่เช้า จากนั้นกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง ที่เดิม เวลาใหม่ ร้านต้มเลือดหมู โจ๊ก เลยหอนาฬิกาอลังการงานสร้างไปนิด แล้วก็เข้าที่พัก ที่พักใหม่ สะอาด ปลอดภัย และ ไม่แพง !!! วันที่ไปในซอยมีงานศพซะด้วยยิ่งปลอดภัยใหญ่เลย เอ้าให้ดูแบบมืด มืด อยากเห็นสว่าง สว่าง ไปดูด้วยตัวเอง หาไม่ยาก ไปตามนี้ http://g.co/maps/hfybj

ถึงเวลาไปกินลาบ หลู้ กันได้แล้ว โทรถาม “กูรู้” Guru บอกว่า ร้านหน้าศูนย์วิจัยเกษตรฯ  ทางจากแยกเด่นห้าไปนอกเมืองที่จะไปวัดร่องขุ่น …ฯลฯ ถามถึงร้านลาบปลา “เขาเลิกขายไปแล้ว เหลือแต่พ่อ แม่เขาขายในตลาดต้องไปซื้อตอนเย็น” อดอีก ระบบ 3G ของ TOT ก็ดีโคตร สัญญาณมีเป็นหย่อม หย่อม ระบบ My (ของฟรี) มันก็ไม่ให้ใช้ Internet (มึงจะมีให้กูไว้คุยอย่างเดียวก็ไม่ต้องทำระบบ 3G มาให้ใช้ก็ได้นะ) สรุปว่าพึ่งพาอะไรไม่ได้ แผนที่ Nokia มันก็รับสัญญาณจากดาวเทียมไม่ได้ วางแผนก่อนออกเดินทางจากนั้นใช้ความสามารถเฉพาะตัวสำหรับประสบการณ์เดิม เดิม ในอดีต เอาตัวรอดไป ตุเลง ตุเลง ไปเรื่อย เรื่อย วนอยู่หน้าศูนย์วิจัยฯ แรก … ร้านมันอยู่ตรงไหนวะไม่เห็นมี ขับเลยไปอีกสักพัก เจอแล้วโวย นี่แหละมันอยู่หน้าศูนย์นี้นะ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร

ฝั่งตรงกันข้ามท่านจะเจอกับ     “ลอย” ลอย ลอย ลอยหลู้ลำ  ลำ ลำ ลำ

“Hello” “สวัสดีครับ”  ร้านเปิดหรือยัง คนขายกำลังเตรียมของ ที่หันหลังให้สะดุ้งโหยง ดีที่ไม่มีอวัยวะอะไรหล่นตามมา “เสร็จแล้ว ขายแล้ว” งั้นเอา ลาบหมู ลาบปลา หลู้ “แกงอ่อม นี่มันเป็นยังไง” ถามเหมือนจะไม่รู้ แต่ก็ต้องถามเพราะ ถ้าเป็นทางอีสาน แกงอ่อม นี่ก็ไปกันคนละแนวแบบทางเหนือเลยทีเดียว “แกงอ่อม ก็แกงเนื้อใส่พริกแกงนี่แหละ” งั้นเอาด้วย “เอาหมูหรือเนื้อ” แม่ค้าถาม  ถามย้อนไปอีกว่า “แบบไหนดีละครับ” แมค้าบอก “แกงอ่อม ต้องจิ้นงัว ถึงจะอร่อย” ได้งั้นเอาแกงอ่อมจิ้น(งัว) ข้าวเหนียวตวยเน้อ ระหว่างนั้นก็นั่งรอเป็นลูกค้ารายแรก เดาว่าแม่ค้าคงจะชื่อลอย นี่แหละถึงกลายมาเป็นลอยหลู้ลำ แต่ดูจากหุ่นแม่ค้าแล้ว ไม่น่าจะลอยได้ ฮ่า ฮ่า ลุงในร้านยกน้ำเย็นมาให้ พร้อมกับบอกว่าคราวหน้าโทรมาสั่งก็ได้ จะได้ไม่ต้องรอ มาถึงก็ได้เลย … “ครับ ครับ” ว่าแล้วก็ถ่ายรูปป้ายร้านที่มีเบอร์โทรมาด้วย ใครจะโทรสั่งก็เชิญนะจ๊ะ ร้านเปิดประมาณ เที่ยงจนถึงสามทุ่ม คุยกันไปคุยกันมา “ผมมาจากกรุงเทพครับ มาแอ่ว” แม่ค้าถึงร้อง อ๋อ มันเป็นคนกรุงเทพ ที่อยากกิ๋นลาบ ฮ่า ฮ่า ก็ตอนละอ่อนผมก็อยู่น่านนี่แหละ ทำไมถึงจะกินลาบไม่ได้เล่า “มาคราวหน้าก็แวะมาเน้อ” เสียงพ่อค้าแม่ค้าบอกมาว่าอย่างนั้น  ลาบปลาเจ้านี้ไม่เหมือนลาบปลาที่เคยกินร้านเดิมของเชียงรายและไม่เหมือนลาบปลาที่น่าน ที่นี่ลาบแบบแห้งคล้ายของเชียงใหม่แต่ทำกินดิบ ไม่กินดิบก็เอาไปคั่ว …แต่ก็ระวังเน้อ “ฮาบอกว่าบ่กิ๋นดิบ เอาของฮาไปคั่ว ฮือ ฮือ”  หน้าตาเป็นอย่างไรนะหรือเชิญชม

ซ้ายไปขวา แกงอ่อม หลู้ ลาบปลา ลาบหมู ถ้วยขาวตรงกลางนั้นน้ำจิ้มแจ่ว (แม่ทำแจ่วฮ้อนกิน) ถ้วยใหญ่นั่นปลานึ่ง แจ่วฮ้อนอร่อยแต่กินไปคำเดียว เพราะตั้งใจมากินแกงอ่อม ลาบ หลู้ แปลงร่างเป็นยักษ์ชั่วคราว ว่าแล้วก็เลียปากแผล่บ แผล่บ กิน กินไปพออิ่ม ฝนก็เริ่มโปรยลงมา

แล้วก็มีเจ้านี่หล่นมาด้วย  ไม่ได้เจอนานแล้วด้วยสิ ลูกเห็บ  … เย็นดี รสก็เฝื่อน เฝื่อน เหมือนน้ำดิบ น้ำกระด้าง

ส่วนเจ้าตัวนี้ ได้ข่าวว่า ตุ๊เจ้า วัดแถวนั้นจองไว้แล้ว ๓ ๔ ตัว สบายละ แต่ผมว่าถึงเวลาที่ควรจะต้องจับตอนได้แล้ว …

กินอิ่ม แล้วควรจะนอนสักงีบ …

ตื่นแล้วก็ได้เวลา นกน้อย จะโบยบิน กันต่อไป

ได้เวลาเข้าเมือง ไปนวดน่าจะดี วันนี้มีงานถนนคนเดิน แต่ว่า เนื่องจากฝนที่ตกมาตั้งแต่ตอนเย็น พอไปถึงถนนคนเดินมันก็โล่งเช่นนี้แล หายแซ้บ หายสอย แม่ค้า พ่อค้า หนีฝนกันหมด ไอ้ที่เหลืออยู่ ก็อยู่อย่าง เหงา เหงา ห่วงหากันแบบห่าง ห่าง ในใจคงบ่นว่า กูจะขายใครวะเนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นการขายของกิน เพราะมันจะเก็บกลับก็ไม่ได้แล้ว มีคนน้อยก็ต้องขาย ดีกว่าปล่อยให้บูดเน่า แต่ไอ้กระผมก็ฟาดมาซะพุงกางแล้ว อยากกินยังไงก็ต้องขอผ่าน ไม่ได้นวดก็เดินสักนิด

ไปเจอข้าวเหนียว คลุกกับงา ปนกับน้ำตาลทรายแดง แล้วเอามาย่างถ่าน โอ้ แม่เจ้าประคุณรุนช่อง ช่าง หอม หวาน มัน อร่อยมาก ขอบอก ถ้าอยู่ญี่ปุ่นคงรวยไปแล้ว พี่ยุ่นเขาเก่งเรื่องบรรจุภัณฑ์ ขนมอร่อย อร่อยแบบนี้ จับใส่ถุง ใส่ซองเล็ก เล็ก น่ารัก ขายได้สบายมาก

สิบบาทอิ่มอร่อย รู้แล้วบอกต่อไม่คิดเงิน ทำเป็นถุงเล็กสวย สวย ทำยังไงให้มันเสียช้า เคี้ยวหนึบ หวาน หอม แต่กินสด สด แบบนี้ได้ดีอยู่อย่างคือความหอม เพราะเวลางาเจอความร้อนมันก็จะมีกลิ่นหอมออกมา เอ้าไปกันต่อ ยังหรอกราตรีนี้ยังอยู่อีกยาวนัก สบันงานะเหรอ มีคนตะโกนบอกมา “เก่าแล้วพี่” … พี่ว่าที่นี่มันแจ่มสุดแล้วนะ “เมื่อก่อนหนูคุมอยู่ที่นั้น” นั่นเชียว ตำตอเข้าแล้วไหมละ ยังไงขับผ่านหน้าร้านไปดม ดม สักนิดก็ยังดี จะเป็นไรเล่าเพราะสารถีก็เล่นขับวนรอบเมืองจนเวียนหัวแล้วนี่นา เลยไปไม่ไกลจะเจอนี่

ไม่รู้ว่าจะเป็นนางแมวยั่วหรือเปล่า แต่สาวจริง หญิงแท้ ชายทั้งแท่ง ดูจะผิดหวัง ฮ่า ฮ่า เล่นควงกันมาเป็นคู่ คู่ หญิงควงหญิง ชายควงชาย เอิ๊ก เศร้าแท้ เศร้าจริง ฮ่า ฮ่า ฮ่าแบบนี้แมงบาร์ต้องหลบไปเสียให้ไกล

ร้านก็ดี หมายถึงตั้งใจทำร้านได้ดี ยังไงก็อย่าให้ประตูเลื่อนกระจกหล่นล้มทับหัวละกันนะจ๊ะคุณเจ้าของร้าน ระหว่างนั้น เสียงย่ำตึก ตึก ก็เดินผ่านไป โห “อี น้องคนงาม เดินแบบนี้ ปี้บ่ ปาเข้าบ้านละเน้อ โฮะ”  เสียงสนทนาของชายหนุ่ม(สาว) หน้าห้องน้ำ “เธอ ชั้นเคยเจอคนนี้ที่เชียงใหม่ แหละ เค้าจำชั้นได้ด้วย”  คุณเจ้าของครับ ทำห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิง ไม่พอแล้วละครับคงต้องมีห้องน้ำสำหรับพวกเธอ พวกเขาด้วยแล้วละครับ ฝากตะโกนไปบอกเจ้าของร้านว่า ร้านสวย แต่ อาหารยังไม่ได้เรื่อง ควรปรับปรุงไม่งั้นก็ไม่ต้องเน้น Restaurant แล้วละครับ จัดพวกเครื่องดื่ม โซดา น้ำแข็งให้เต็มไปเลยอาหารไปซื้ออาหารกล่องแช่แข็ง มาอุ่นให้ลูกค้ากิน แน่นอนกว่าเยอะ ดนตรีก็เหมือนกันวงเล่นสดมีก็ดีอยู่แล้วแต่ฝีมือยังไม่ถึงนะจ๊ะตัวเอง

ผลของฝนที่ตกกระหน่ำ ช่วงเย็นก็มาส่งผลเอาในตอนกลางวันของอีกวัน

ขณะรอ นั่งเล่น นั่งอ่าน นั่งฟัง เอ เสียงอะไรหว่า มี background sound อะไรมาประกอบด้วยหรือนี่ แปะ แปะ … หันมอง เฮ้ย น้ำอะไรหยดลงมาบนที่นอนวะ แหงนดู อ้าว โวย เฮ้ย ฝ้าเพดานตุงเลย แบบนี้น้ำอยู่ข้างบนเพียบแน่เลย เอาไงดีวะ ถังขยะรองไว้ก่อน ก่อนจะลงไปเรียกเจ้าของบ้าน คุณลุงก็มาเลย ถังใบเบ่อเร้อ พร้อมมีด กระซวก ฝ้าเข้าให้ แบบไม่มีกลัวพังกันเลย เฮ้ย เอางั้นเลยเหรอ ลุง เรียบร้อยไหลลงมาหมดถึงเวลากองพิสูจน์หลักฐานจำเป็น โผล่หัวขึ้นไปดู มันมาจากไหนวะน้ำ ไฟฉายส่องไปคราบน้ำแห้งแล้ว แต่ยังพอเห็นรอย ท่อน้ำก็ไม่มีนี่หว่า มาจากไหน โน้นเลย มาจากด้านริมฝาด้านหน้าที่มีกันสาดปูนอยู่ แจ้งข่าวเสร็จ ลุงไปดู ซึมครับ ซึมน้ำซึมเข้าร่องยาแนว ที่ยาไว้ไม่ดี …แกก็บ่นผู้รับเหมาให้ฟังเล็กน้อย ประมาณว่าทิ้งงานบ้าง ฯลฯ ก็น่าเห็นใจเจ้าของ เพราะผู้รับเหมานี่ก็คงห่วยพอสมควร ดูจากการติดตั้งประตู ก๊อกน้ำ ก็พอจะเดาได้ไม่ยาก รอยบานพับประตู ที่ต้องเจาะสองครั้ง ก็น่าจะบอกได้ ว่ามันทำครั้งแรกผิด !!!   พอมีเรื่องให้ตื่นเต้น เป็นสีสันต์ ก่อนจะออกจากที่พัก

หิวแล้ว ไปหาอะไรยัดลงท้องกัน … ปากซอยมีร้านอีสาน ที่กินกันตายกันไปแล้วรอบหนึ่ง อย่ากระนั้นเลย หาอะไรแนวแนววัยรุ่นอย่างเรากินกันดีกว่า ร้านนี้เลย นี่จะขายน้ำเงี้ยวหรือจะเป็นร้านศิลป์ กันหรือนี่

ห้องนี้สำหรับถ่าย …

ถูกต้องแล้วครับ จะถ่ายอาหาร(กาก) จะถ่ายตัวเอง จะถ่ายอะไรก็ตามลำบากของท่านเถอะครับ

ดูบรรยากาศกัน

สิ่งที่เรียกว่า “น้ำเงี้ยว”

อาหารเวียดนามก็มีนะ … เจ้านี่ก็พอได้

บ่อบุ้ง (ถ้าจำชื่อไม่ผิด)  มีน้ำ เหมือนน้ำจิ้ม ราด ราด เข้าไป มีแกงเหมือนแกงไก่หรือหมูวะ(มั้ง) จำไม่ได้ ราดอยู่ด้วย ก็พอได้ อย่างรู้ก็ไปหากินกันเอาเอง

ร้านนี้  อยู่เลยโรงแรมเวียงอินน์ไปนิด เลีี้ยวเข้าถนน(ซอย) สันป่าหนาด รสอาหารไม่เหาะเหินเดินอากาศ ก็พอกินได้

ดูรูปเล็ก เล็ก กันบ้าง อยากดูใหญ่ ใหญ่ ก็จิ้มดูกันเอง

กินอิ่ม สบายท้อง สบายไส้ ไปกันต่อ

นี่ไงละ เรื่องไม่ได้เริ่มที่นี่หรอก แต่มันมาบรรจบกันที่นี่ หลังจากที่ เราจะไปไหนกันดี … สิ่งนี้ก็แว๊บขึ้นมาในหัว หลังจากที่หาที่จอดรถอยู่สองรอบ ณ โรบินสัน พี่ครับ น้องครับ มันมีร้านกาแฟ ที่มีข้อความนี้อยู่ตรงชั้นไหน … “สงสัย coffee world” พอขึ้นไป มันไม่ใช่นี่นา  ไม่ใช่ร้านนี้ ร้านที่พูดถึงมันต้องมีข้อความ …. “หนูพอจะนึกออกแล้ว พี่ น่าจะอยู่ด้านล่างเข้าจากด้านนอก” ไปกัน ไปกัน ….

นี่ไง เจอแล้ว

และนี่ เมล็ดกาแฟ ของใหม่ ใหม่ มันจะสีเขียว เขาเอามาแช่น้ำ (แช่ทำไม) จากนั้นก็เอามาคัด เอาเม็ดไม่ดี ไม่ค่อยดีออก จากนั้นถึงจะนำไปคั่ว ส่วนที่เห็นในรูปนี้ก็ไม่รู้ขั้นไหน ตอนไหนเหมือนกัน คงจะเอามาแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรม ว่าที่เอ็งเอามาผ่านน้ำร้อนกิน (ดื่ม) นะ มันเป็นมาแบบนี้ อย่างนี้นะ ดูกันซะ ใบเล็ก ๆ นั้นอ่านว่าอะไร ตอนนี้ผมก็มองไม่เห็นเหมือนกัน รูปต้นฉบับก็หายไปไหนก็ไม่ทราบได้แล้วเหมือนกัน อยากรู้ก็ไปส่อง ไปดม กันถึงที่กันเองละกันนะ

เดี๋ยวนี้จะทำอะไร ต้องมีตำนาน ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ต้องอะไรก็ว่ากันไป โอย น้ำตาจะไหล สำหรับบางหน่วยงานที่มุ่งทำกำไรสูงสุดที่พร้อมรับผิดชอบต่อสังคม จะเป็นหน่วยงานไหนบ้างท่านก็ไปสืบหากันเอาเองละกัน แต่ไม่ใช่ร้านกาแฟร้านนี้หรอกนะ  ก่อนน้ำตาจะไหล ได้เวลาจะไปร่อนขึ้นฟ้ากลับเมืองบางกอกแล้ว ลากันไปด้วยภาพนี้ ระหว่างนี้ก็แอบไปจิบกาแฟ พบปะ เพื่อนพ้อง น้องพี่ กันก่อนที่จะร่ำลาเมืองเชียงราย

เริ่มและจบด้วยเรื่องเดียวกัน ที่ไม่ใช่เรื่องของเรื่อง 😉

นอกเหนือจากนี้ผมก็นึกอะไรไม่ออกละ

นิทาน

เรื่องโดย Phitchsinee

 

 

บอกผู้แต่งแล้วว่าจะเอามาลง

แนะนำเรื่องรายละเอียดไปบ้าง แต่ ผมก็ไม่ใช่นักเขียนดีเด่นอะไร ตัวผมเองเขียนหนังสือเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้

เอาเป็นว่าถ้าเจ้าของนิทานเรื่องนี้เขาสนใจจะเขียน ทั้งปัจจุบันและในอนาคตก็ให้เขาไปหาประสบการณ์ของเขาเอาเองละกัน

Android Secure Coding

ไปนั่งฟังเรื่อง Android Secure Coding มาเลยอยากมาเล่าให้ฟัง  เนื้อหาที่ไปนั่งฟัง  http://www.thaicert.or.th/training/Java-Android_Secure_Coding.pdf

 

กำหนดคำนิยามกันก่อน

คำนิยาม

Attacker ผู้บุกรุก ผู้โจมตี ส่วนจุดประสงค์ของพวกนี้ก็แล้วแต่ว่าเขาเหล่านั้นทำเพื่ออะไร สนุกสนาน ลองวิชา ขโมย ทำให้เสียหาย ก็ว่ากันไป

Vulnerability จุดอ่อน ช่องโหว่ ข้อบกพร่อง ของซอฟท์แวร์

Flaw ข้อบกพร่องของซอฟท์แวร์  (แล้วมันต่างอะไรกับ vulnerability?)

Android (อันนี้ต้องบอกไหม)

Vulnerability คือการเกิดของสามสิ่งร่วมกันคือ  (ดูรูปประกอบ)

๑. ข้อบกพร่องของระบบ (software)

๒. ความสามารถของผู้บุกรุกที่จะโจมตีระบบทางจุดอ่อน

๓. ผู้บุกรุกเข้าถึงข้อบกพร่อง

นั่นคือเมื่อเกิดสามสิ่งที่กล่าวมา ก็จะทำให้เกิด ช่องโหว่ขึ้นมา หมายความว่า ช่องโหว่ถ้ามันมีอยู่ มันก็มีอยู่อย่างนั้น นั่นเอง ตราบใดที่มันยังไม่มีใครไปทำอะไรมัน มันก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรนอกจากระบบมันจะผิดเพี้ยนไปของมันเอง แต่เมื่อไหร่ที่ มีผู้พยายามโจมตี มีการอาศัยจุดอ่อนของระบบและระบบนั้นมีจุดอ่อนอยู่ มันก็จะทำให้สร้างปัญหาเกิดขึ้นมา  ส่วนสาเหตุว่า เออ แล้วมันจะทำกันไปทำไม ก็ไปถามคนทำละกัน

แล้วเราจะเรียนรู้กันไปทำไมเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน

ในความจำเป็นของนักพัฒนา (App Developers) เกี่ยวข้องกับเรื่องการพัฒนาซอฟท์แวร์ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาแบบที่กล่าวมาข้างต้น เอาละก่อนจะไปดูว่าจะทำอย่างไร นักพัฒนาก็มาดูก่อนว่าพื้นฐานควรรู้อะไรบ้างก่อน

อย่างแรก คือเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่ เรื่องความมั่นคงปลอดภัยของระบบ, Malware, Android App Market ซึ่งประกอบกันเป็นสิ่งที่เรียกว่า Ecosystem of Android ซึ่งเจ้าระบบนี้เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและก็อยู่เหนือสิ่งที่ผู้พัฒนาทั่วไปอย่างเรา จะไปควบคุมได้

ดังนั้นก็เหลือสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ (Controllable) ก็คือการเขียนโปรแกรม  (Coding) ของเราเอง หรือเราจะเรียกว่า Application Security หรือ vulnerability นั่นเอง

เรื่อง Reverse Engineering Malware Android http://www.sans.org/reading_room/whitepapers/pda/reverse-engineering-malware-android_33769 บทความดีมีประโยชน์ลองอ่านเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม ในบทความนี้มีสถิติที่น่าสนใจหลายอย่าง

ความแตกต่างระหว่าง PC Malware และ Android Malware

……………..

สถิติที่น่าสนใจ

63% ของ malware บน android คือ spyware ซึ่งมักจะขโมยข้อมูลของผู้ใช้ ส่วนที่เหลือก็จะเป็น SMS Trojan ประมาณ 36% ซึ่งผู้ใช้ก็จะเจอปัญหาจากการส่ง sms ไปได้ไม่ได้ต้องการส่ง ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากได้

เหตุผลที่ android ดึงดูดต่อการโจมตี

  • มีข้อมูลเกี่ยวกับ Android ที่มากมายให้สามารถค้นคว้า
  • มีข้อมูลจุดอ่อนจำนวนมากให้สามารถโจมตีได้ รวมถึงระบบ android เองที่ยังไม่มีความเสถียร

ข้อมูลส่วนตัวต่าง ต่าง ที่มีอยู่ในอุปกรณ์ที่ใช้ Android

  • ที่อยู่ ได้แก่ ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขการเรียกเข้า เรียกออก
  • ข้อมูลรหัสผ่าน เช่น ข้อมูลรหัสของ twitter, facebook
  • ข้อมูลเพลง หนังสือ ภาพยนตร์ รูป การบันทึกเสียง
  • ข้อมูลพิกัด
  • ข้อมูลจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ SMS ข้อมูลการสนทนา
  • ข้อมูล web เช่น ประวัติ cookie bookmarks ข้อมูล auto-complete เช่น user, password

ส่วนแบ่งการตลาดของ android ข้อมูลจาก http://www.pcworld.com/article/226339/android_market_share_growth_accelerating_nielsen_finds.html

แน่นอนว่ายิ่งมีจำนวนการใช้งานที่มากก็ย่อมจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดอย่างมากสำหรับการทำ malware เช่นเดียวกับเหตุผลที่มี malware จำนวนมากบน Windows PC นั่นเอง นอกจากนี้แล้วด้วยระบบ Open Marketplace ของ Android ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้การกระจายตัวของ malware เนื่องจากรูปแบบของ Android Marketplace เป็นระบบเปิด ผู้ที่ทำ malware สามารถที่จะนำซอฟท์แวร์ขึ้นไปไว้ใน Market ได้โดยง่ายโดยไม่มีการตรวจสอบ ซอฟท์แวร์เหล่านี้สามารถที่จะ download ไปใช้ได้โดยง่ายและฟรี แม้ว่า Google สามารถที่จะลบ malware ออกจาก Marketplace ได้ก็ตามแต่นั้นก็อาจจะใช้เวลาหลายวันหลักจากที่มีการเผยแพร่ malware ดังกล่าวไปแล้ว

ปัญหาอีกเรื่องของ Android OS ก็คือ การที่ผู้ผลิต Hardware มีการปรับเปลี่ยนไปจากของเดิม ดังนั้นบางครั้ง Google OS patch ก็อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ผลิตได้ปรับปรุงแก้ไข Android OS ดังกล่าวได้ หรือการที่ Google ออกความสามารถด้านระบบความปลอดภัยใหม่ออกมาก็อาจจะไม่มีผลต่ออุปกรณ์ของผู้ใช้รายนั้นได้เช่นกัน

ยัง ยังไม่หมด ปัญหายังมีอีก (มีเยอะขนาดนี้จะใช้ดีไหมเนี่ย) ถ้าดูจาก รุ่นหรือ Versions ของ Android http://developer.android.com/resources/dashboard/platform-versions.html

จะเห็นว่ามันมีรุ่นที่หลากหลายมาก การที่มีหลากหลายรุ่นก็หมายความถึงการมีหลากหลาย Hardware หลากหลาย OS ก็ยิ่งทำให้เรื่องระบบความปลอดภัยยุ่งยากวุ่นวานเพิ่มมากขึ้นไปอีก

รูปแบบการโจมตีในชีวิตจริงในโลกของ Android นั้นทำได้ง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก ง่ายอย่างไรง่ายตรงที่ผู้ใช้ไม่ต้องไปทำอะไรให้ยุ่งยากกับชีวิต (No user interaction)  ง่ายตรงที่ไม่ต้องหลอกล่ออะไรมากมาย (social engineering) แค่ผู้ใช้เข้า web site ที่สร้างขึ้นจากผู้ไม่ประสงค์ดี ยกตัวอย่างเช่น

  1. ผู้ใช้เข้าไปยัง malicious website ผ่านทาง Android’s web browser
  2. ใน website จะมีเนื้อหาที่อาศัยจุดอ่อนของ Webkit (Webkit vulnerability (CVE-2010-1807))
  3. จากนั้นมันก็จะฝังตัวเองเข้าไปในระบบพร้อมส่งการเชื่อมต่อกลับไปยังระบบของผู้บุกรุกผ่านทางเครือข่าย
  4. malware ก็จะหาบัญชีผู้ใช้งาน Skype ที่อยู่ในไฟล์ /data/data/com.skype.raider/files/shared.xml
  5. จากจุดอ่อนของ Skype (CVE-2011-1717) ซึ่งสามารถจะอ่านข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นบัญชีรายชื่อเพื่อน, ข้อมูลการสนทนา,
  6. เมื่อผู้บุกรุกได้ข้อมูลดังกล่าวไป ก็นำไปวิเคราะห์หาวิธีเพื่อจะขยายผลการโจมตีต่อไป

สรุปประเด็นของสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เนื่องจาก

  • กระจาย malware ได้ง่ายใน Market
  • สร้างซอฟท์แวร์สำหรับโจมตีได้ง่าย แค่ทำ code ฝังตัวไว้ใน web ทั่วไป
  • Android มีรุ่นของซอฟท์แวร์จำนวนมาก ทำให้ยากในการแก้ไขปรับปรุง

ดังนั้นที่เหลือที่พอจะทำกันได้ก็คือ เขียนโปรแกรมซะให้มันดี อย่าให้มันมีจุดอ่อน

จะทำอย่างไรได้บ้างก็ต้องมาดูแบบของภัยคุกคามกันก่อน ลองดูใน slide ที่ 6 ของเอกสาร https://buildsecurityin.us-cert.gov/swa/presentations_032011/DanCornell-MobileAppSecOverview.pdf

หรือดูจาก Android Threat Model ของ JPCERT/CC

ช่องโหว่หรือจุดอ่อนของ Applications มีอะไรบ้างจากข้อมูลสถิติที่รายงานต่อ JPCERT/CC ในรอบ ๑ ปีมีไม่น้อยกว่า 35 vulnerability โดยในนั้นก็มีเกี่ยวกับ Android platform ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ

  • Improper file (DB) permissions  หรือการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงไฟล์ที่ไม่เหมาะสม
  • Webview
  • JSON hijacking

ดังนั้นสิ่งที่นักพัฒนาต้องคำนึงถึงก็คือ อะไรคือความเสี่ยงของแอพพลิเคชั่นที่เราต้องระวังและเอาใจใส่ และ เราจะเขียนแอพพลิเคชั่นยอย่างไรให้ปัญหาเหล่านี้ลดน้อยหรือไม่เกิดขึ้น

….. เรื่องนี้ยังไม่จบ ว่างเมื่อไหร่มาว่ากันต่อ