อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขสบายเหมือนบ้านเรา

วาทกรรม อยู่ที่ไหนก็ไม่สบายเหมือนอยู่บ้าน (ถิ่นกำเนิด) หรือ อยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนเมืองไทย อะไรประมาณแบบนี้ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง สยามเมืองยิ้ม ฯลฯ

เราถูกปลูกฝังมาให้เชื่อกันแบบนั้น? หรือไม่?

มันจริงเสมอไปไหม ถ้าคุณมีทางเลือก หรือคุณสร้างทางเลือกใหม่ขึ้นมา ประโยคดังกล่าวมันจะยังใช้ได้จริงอยู่ไหม หรือมันเป็นกรอบให้คุณคิดหรืออยู่ในกรอบที่วางไว้แบบนั้น อยู่แล้วก็รู้สึกว่าสบายดี ทั้งทั้งที่มันอาจจะไม่สบายหรือมีที่ ที่ดีกว่าก็ได้

จากการอ่าน หรือการไปสัมผัสแค่น้อยนิด ในดินแดนต่างประเทศ บางทีก็กลับมาฉุกคิดว่า วาทกรรมที่ว่าอยู่ไหนก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน มันอาจจะไม่จริงก็ได้ เพราะชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งปลูกสร้าง การออกแบบ การแก้ไขปัญหา การสาธารณสุข ลักษณะของรัฐ การจราจร จริงอยู่ว่า คนจน ปัญหา ความเสื่อม มีอยู่ทุกที ในโลก แต่ เมื่อกลับมาเทียบกับบ้านเกิด เฮ้ย มันทำไมดูแตกต่างมากอย่างนี้ มันดีกว่าในหลายเรื่อง ที่ถ้าเราจะทำก็ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงอะไรนี่ มองมองไปแล้วก็นึกในใจ ทำไมทางเท้าบ้านเรามันถึงได้สูงขนาดนี้ รถที่วิ่งในท้องถนน มันจะชน เบียดทางเท้าที่ว่าไหม หรือคนพิการ เจ็บป่วยมันจะปีนกันยังไง(วะ) ต่างประเทศมันเป็นทางเท้าสูงนิดเดียว (แค่กล่องไม้ขีดวางนอน) มันไม่กลัวรถปีนไปชนคนหรือไง ทำไมเขายำเกรงต่อกฏจราจรกันเหลือเกิน ในขณะที่บ้านเราไม่เคยกลัว ทำไมบ้านเมืองมันส่วนใหญ่สะอาด ทำไมเขาไม่มีรถเข็น หรือขายอาหารตามทางเท้า เกลื่อนแบบของเรา (เขาก็มีรถเข็นขายแต่มันก็ดูดีกว่าของไทย) นี่เขาไม่ทำมาหากินกันหรืออย่างไร มาตรฐานร้านค้า ร้านอาหาร ผังเมือง ทำไม มันดูเคร่งครัดจัง แล้วมันอยู่กันได้ยังไงวะ มันเกินไปหรือเปล่า ของเราไม่เห็นต้องมี (เราควรมี?)

นั่นนะสิ มองมองไป ไม่ว่าจะวัดมิติไหนมันก็ดูแตกต่าง การใช้นโยบายสาธารณะ การเงิน การเมือง การปกครอง ไม่ได้บอกว่ามันไม่มีข้อบกพร่อง แต่ของที่มันมี มันทำกันอยู่ ผมว่ามันดีกว่าของบ้านเรา ที่เราบอกว่าอยู่แล้วสุขใจ แบบนี้จะไม่ให้บอกว่า คำพูดเหล่านี้ มันเป็นมายา ครอบทัศนะของเราไว้อยู่หรือเปล่า เมื่อพลิกกะลาออกมาแล้วมันก็มาฉุกคิดว่า ทำไมจะต้องมาทนอยู่กับวาทกรรมแบบนี้(วะ) มันเหมือนหลอกให้จมอยู่แบบนี้ไปเถอะ อย่าได้ดิ้นรน หรือแหกปากตะโกนอะไรขึ้นมาเลย มันดีอยู่แล้วจะเอาอะไรมากมาย เห็นแล้วมันชวนให้หดหู่ กับการยอมจำนนและความคิดความอ่านของผู้นำพาประเทศ โดยที่มี ผู้ที่กุมบังเหียน ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เหล่านี้ยังสุขสบายในแบบของตัวเอง แล้วก็ปล่อยให้บ้านเมืองมันจ่อมจ่มไปกับคำพูดที่ว่า “อยู่ไหนก็ไม่เหมือนบ้านเรา” ในมันคิดว่ามีความสุข ซึ่งผมว่า มันไม่จริงหรอกสำหรับสิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้

 


เรื่องนี้ได้แรงบันดาลจาก สิ่งที่เห็นในต่างแดนนับตั้งแต่ได้ก้าวพ้นขอบรั้วเมื่อยี่สิบปีก่อนจนถึงปัจจุบันและ จากที่ฟังวิทยุ ไม่นานมานี้ ที่ได้ยินสุภาพสตรี (หมอ) เล่าเรื่องราวในต่างแดน ถึงบริการสาธารณสุข และที่แน่แน่ คือ เธอได้วีซ่าถาวร แต่ยังไม่ได้สัญชาติ ในดินแดนนั้น หวนคิดมาถึงสิ่งที่เล่าถึงเรื่องราวในบ้านเมืองเรา ถ้ามันดีมากมาก แล้วหมอเขายังจะมีวีซ่า หรือยังอยากจะได้สัญชาติในดินแดนนั้นอยู่ไหม

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s