คำถามที่ไม่ต้องตอบ

แบบไหน นะหรือ

ก็แบบที่มันมีคำตอบอยู่แล้ว

นึกไม่ออก ก็นึกถึงคำถามแบบเดียวกับข้อสอบระดับประเทศบางประเทศที่ถามว่า “เวลามีอารมณ์ทางเพศ นักเรียนควรไปทำอะไร”  มีให้เลือกหลายคำตอบ หนึ่งในนั้นคือ “ไปเตะฟุตบอล”

คำถาม ดี ชั่ว

เมื่อไม่พอใจฝ่ายตรงข้ามเราควรทำอย่างไร

๑) “ให้อภัย” ๒)  “ฆ่ามัน”

คำถามที่ฟันธงคำตอบไว้แล้ว ถ้าคนสติดี ไม่บ้า ก็คงไม่มีใครจะตอบเป็นอย่างอื่น คำถามแบบนี้บางครั้งก็เป็นได้แค่ คำถามที่ทำให้ผู้ถามดูดี ดูเป็นคนดี เป็นผู้มีคุณธรรม อยู่ฝ่ายแห่งความถูกต้องเท่านั้นเอง ไม่ได้คาดหวังที่จะตอบหรืออภิปรายกันเป็นอย่างอื่นใดได้อีก

หย่อนลงมานิด ก็อาจจะถามแบบ ถ้าให้เลือกระหว่างหลวงพี่ ที่พึ่งสึกออกมาจากพระ กับ นักโทษที่พึ่งออกจากคุกในคดีมือปืนนักฆ่า เธอจะเลือกใครเป็นคู่ครอง

บางคนอาจจะเลือกอดีตนักโทษ ก็เป็นได้ เพราะคิดดูแล้ว เลือก ไอ้ทิด มันคงเอาไม่เก่งเท่า ! เพราะไม่เคยมาก่อน (มั้ง) ก็นั่นแหละใครที่เลือกอดีตนักโทษคงเป็นส่วนน้อยที่จะตอบ เพราะในนามแห่งความดีแล้ว ทุกคนคงเลือก (จำต้องเลือก?) หรือควรจะเลือก หรือจะด้วยเพราะความดี สิ่งที่เป็นกุศล หรือเพื่อให้ตัวเองดูดี ตัวเองทำสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องมีเหตุผลมาอธิบายการเลือกสิ่งเหล่านั้น หรือเพราะว่าตัวเองได้เป็นแบบนั้นจริง จริง หรือแค่ฉาบทาไว้ด้วยหนังแห่งความดี

มันไม่ต้องตอบ เพราะ มันไม่มีคำตอบ หรือไม่ก็มันมีคำตอบที่ถูกผู้ถามยัดเยียดมาให้แล้ว ว่าต้องตอบอะไร มันมีคำตอบที่บอกว่า “กู” คนถาม เป็นอะไรในคำตอบ หรือมีคำตอบที่ไม่มีทางเลือก หรือมีทางเลือกที่ถูกมองว่า “มันไม่ใช่” อย่างที่ “กู” คนถามคิด

คำถามที่ถามสองขั้วตรงข้าม หรือที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม ไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่คล้ายกัน คำถามที่จัดอยู่ในกลุ่มคำถามเพื่อเหยียดผู้ถูกถาม หรือคาดหวังไว้แล้วว่าผู้ถูกถามอยู่ในกลุ่มคำตอบที่เขาเลือกให้ไว้แล้ว คำถามแบบมายาคติ ถ้าไม่คิดจะหลอกตัวเองมากเกินไปนัก ตะโกน ออกมาเลยก็ได้ ว่า “กูจะด่ามึง”  ความหมายคงได้ไม่แตกต่างกัน ต่างกันแค่ว่าไม่ต้องเสียเวลาตั้งคำถาม !

คำถามแบบนี้ จะว่าไปแล้วดูจะขัด ขัด กับสังคมอุดมปัญญา ในการที่จะหาคำตอบกับทางเลือกที่หลากหลายและได้องค์ความรู้ทางโลกที่มากมาย ถ้าคนถามจะเปลี่ยนรูปแบบของคำถามใหม่ จะเป็นแบบไหน ก็แบบที่ไม่ได้เป็นแบบที่เล่ามานี่แหละ แล้วมันจะรู้ไอ้เรื่องที่อยากจะถามหรือ?  รู้สิ ถ้ามันฉลาดถาม คุณคิดแบบนี้หรือไม่ละ  ผมไม่ได้เลือกคำตอบให้คุณหรอกนะ 😉

 

Advertisements

2 thoughts on “คำถามที่ไม่ต้องตอบ

  1. นั่นเลย.. จะเอาอะไรนักหนากับสังคมหัวตัดอย่างบ้านเรา หากกลายเป็นสังคมหัวแหลมขึ้นมาเมื่อไหร่ มันก็โผล่พ้นกะลา ดันกะลาหงายขึ้นมาเมื่อนั้น จึงต้องให้หัวตัดหัวทู่เข้าไว้ มันจะได้เข้ากับรอยเว้าของกะลาพอดี ไม่ดันกะลาจนหงายออก…อิอิ

    คนดีบ้านเราจึงต้องเป็นแบบสูตรสำเร็จ ตามนิยามของความดีที่ผู้มีคุณธรรมความดีล้นเหลือทั้งหลายกำหนดไว้ จนกลายเป็นว่า บ้านเรานั้นมีแต่คนดีกับคนชั่วเท่านั้น

    บ้านเราจึงไม่มีคนที่ดีบ้างชั่วบ้างปนกันไป อย่างพ่อค้าคนกลางที่ทำบุญ บริจาคมากมาย เพื่อจะได้ใช้ลดหย่อนภาษี กลบเกลื่อนรายได้ที่มาจากการเอารัดเอาเปรียบลูกค้า แต่ขณะเดียวก็ดูแลสวัสดิการทุกข์สุขของลูกจ้างอย่างดีเพื่อผูกใจให้ทำงานกับตนอย่างถวายหัวไปกดราคาซื้อผลผลิตมาให้ตนได้ขายเอากำไรมากๆ พ่อค้าอย่างนี้จะกลายเป็นคนดีไปทันทีเมื่อไปอยู่ถูกข้างถูกฝ่าย และจะกลายเป็นคนชั่วไปในทันทีทันใดเมื่อไปขัดใจกับผู้มีคุณธรรมความดีล้นเหลือเข้า

    เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า? … เอ.. ดูเหมือนจะเป็นคำถามที่ตั้งธงคำตอบไว้แล้วหรือเปล่าครับคุณ Kaebmoo อิอิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s