ผมไปเที่ยว กับความรักและการเมือง

เอาเรื่องมั่ว มั่ว มั้ย ทางเหนือเรียก แกงโฮะ เอาสัก ๓ เรื่องเนาะ

๑) เที่ยว

๒) เพศ (ศึกษา) และ ความรัก

(เรื่องของคนอื่น ไม่ใช่ของผมหรอก เขียนเรื่องตัวเองได้ไง โป๊) แต่เป็นความรัก กาก กาก ทั่วไปนั่นแหละนะ รักแบบละเอียดอ่อน เราจะยังไม่พูดกันตอนนี้ เพราะยากที่คนบางจำพวกจะเข้าใจได้ นอกจากการฝึกมอง(รู้)ตามจริงมาแล้วบ้างจะเข้าใจได้ง่าย ดังนั้นเราว่ากันด้วย ความ กาก กาก นี่แหละ สนุกดี จริงแล้วก็มีหลายแง่มุม วันนี้เอาสักเหลี่ยมนึงพอ

๓) การเมือง เรื่องชาวบ้าน

เรื่องการเมืองยังไม่เขียน รอก่อน นะ

เริ่มต้น เราไปเที่ยวกันก่อน

คุณเคยอยากไปเที่ยวต่างประเทศมั้ย? “ไม่อยาก” “อยากจะไปดาวดวงอื่นเลย !” (แม่ง) ตอนเด็ก เด็ก ผมต่อ Jigsaw แผนที่โลก และแผนที่ประเทศอเมริกา ตั้งแต่เล็ก เล็ก ละ จนรู้ว่าในโลกนี้มันมีประเทศอะไรบ้าง อเมริกามันมีกี่รัฐ ชื่ออะไรบ้าง (จำได้บ้างไม่ได้บ้าง) ในขณะที่เด็กคนอื่นเขาอาจจะมีอย่างอื่นทำ (ไม่รู้มันได้ทำเหมือนผมมั้ย) ถ้าจำไม่ผิดมันคือแผนที่ ที่คุณลุงผมส่งมาให้จากอเมริกาตอนที่ท่านไปเรียนหนังสือ ยายเองก็เคยเล่าให้ฟังว่า ยายทวด อยากไปอเมริกา เหมือนเป็นความใฝ่ฝัน (ยายทวดเรียนหนังสือกับมิชชั่นนารี ที่มาเปิดโรงเรียน โรงพยาบาล ตรงข้ามบ้าน) ฟังดูก็เหมือนยายก็คงอยากไป แม้ไม่เคยได้ไปแต่พวกยายรู้จักอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ ในแง่มุมของประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญต่าง ๆ ซึ่งน่าจะได้รู้จากมิชชั่นนารี จากหนังสือทั้งหลาย (รู้ไหมคุณท่องเที่ยวไปได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องไปจริง จริง บางคนอาจจะแย้งในใจว่ามันจะเหมือนไปจริงได้อย่างไร นั่นก็เอาเหอะ ถ้าคุณได้รู้ ในที่สุดแล้วว่า “มันก็แค่นั้นเอง” สักวันก็จะเข้าใจ) ผมเองก็ได้ท่องเที่ยวไปในอเมริกาจากหนังสือทานตะวัน ที่มีผู้เขียนบทความในการเดินทางด้วยรถไปในแต่ละรัฐ ได้อ่านจากฟ้าเมืองไทย ที่ อาว์ ‘รงษ์ เล่าให้ฟัง ในชีวิตก็ใฝ่ฝันอยากจะได้ไปสักครั้ง แต่ริบหรี่เหลือเกินสำหรับความฝัน (ถ้าจะไปซะอย่างไม่ยาก แต่นึกถึงความจนแล้วเข็ดขยาด ถ้าไปก็อย่าได้กลับมาแบบไม่มีเงิน หรือต้องมานั่งใช้หนี้ คงไม่สนุกกับความอยากแน่)

มามีโอกาสได้เห็นผู้คนเขาไปเมื่อตอนเริ่มทำงาน เออ เขาก็ไปกันได้ง่าย ง่าย เนอะ ก็บริษัทส่งไปไง ไปดูงาน เกือบได้ไปครั้งแรกคือ อิตาลี ซึ่งเถ้าแก่วางตัวไว้ละ ว่าจะให้เราไปแต่ด้วยความเด็ก เล่น ไม่จริงจัง(เหมือนอย่างนั้น) เถ้าแก่เลยยังไม่ให้ไป ให้คนอื่นไปแทน ไปอบรมเกี่ยวกับเครื่องถ่ายเอกสาร(ขนาดใหญ่) ซึ่งบริษัทจะเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ครับพี่น้องงานนี้ อด ! ตามระเบียบ แต่ไหง พอเครื่องเข้ามาในประเทศ ดันให้เราไปนั่งเปิดกล่อง set  เครื่อง เอาคู่มือมานั่งอ่านแล้วให้เราเป็นคนทำไอ้เครื่องที่ว่าเสียฉิบ แนะ ดูสิ ไม่ให้เราไป แต่ไว้ใจมอบหมายให้ดูแล (support) ซะงั้น ต่อมาต้องไปจัดแสดงสินค้าที่ ฮ่องกง พร้อมกับเปิดตัวเครื่องรุ่นนี้ที่นั่น คราวนี้ถึงตากูละ 🙂 ได้ไปครั้งแรก ฮ่องกง !!!

งานนี้ต้องไปทำ passport ที่ กระทรวงต่างประเทศแถว ถ. ศรีอยุธยา ใกล้ ม. มหิดล แม่ เจ้า ยิ่งกว่า สถานีขนส่งหมอชิต ซะอีก เทียบกับตอนนี้ ต่างกันลิบลับ ถ่ายรูปแปะ passport ก็ยิ่งกว่ามหาโจร ดีว่า ฮ่องกงไม่ต้องขอ visa ไปถึงโน้นก็ทำงาน กิน เที่ยว ตามประสา (เขาพาไป) งานนั้นไปกับ Mr. เล็ก มันเป็นฝรั่งนิวซีแลนด์ ที่โดนทหารยิง จนเกือบตายห่า ตอนพฤษภา 2535 เดิมมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้ลูกเถ้าแก่ นานเข้าเขาเลยอุปโลกน์ให้มาเป็น sales เพื่อเป็นหน้าตากับบริษัท เอาไว้ให้ไอ้พวกชอบบูชาฝรั่ง นึกว่าโห บริษัทนี้มัน Inter โวย (เบื้องหลังไอ้เล็ก แดกเหล้า ตบกะโหลกกันกับพวกผมเป็นธรรมดา มนุษย์คนนึง) ที่ชื่อเล็กเพราะมันเสือกเป็นฝรั่งตัวเล็ก

ก่อนไปฮ่องกง พรรคพวก ที่เมืองไทย สั่งนักหนา ให้เอาของฝาก ไปฝากด้วย ไอ้ผมด้วยความไม่รู้ กวาดเครื่องดื่มในมินิบาร์ ในห้องของโรงแรม เกลี้ยงเลย นึกว่าแม่งให้ฟรี จะเอาไปฝากพรรคพวกที่บางกอก อีตอนเช็คบิล ไอ้ฮ่องกง ถามกูใหญ่เลย “มึง(แดก)เหรอ” กูแบะ แบะ อย่างเดียว มันไม่รู้จะทำไง แต่ก็จ่าย (มันรวย) แต่มันคงแปลกใจ “ไอ้เหี้ยนี่แดกอะไรของมึงนักหนา” สรุปได้เหล้าขวดเท่าหัวแม่โป้ง มาเกือบทุกยี่ห้อ ที่โรงแรม ๕ ดาว พึงจะมีให้ในมินิบาร์ มาฝากพรรคพวก ซึ่งพวกเขาคงบอกว่า “กูแดกเหล้าร้านเฮียข้างบริษัทดีกว่าเยอะ”

เมื่อทำงานครั้งแรก (หลังเรียนจบ ปวส.) ตอนเข้ามาทำงานที่บริษัทวันแรก ยังไม่ได้เจอเถ้าแก่ที่ไปสัมภาษณ์งานที่โรงเรียน แต่ ได้ยิน รุ่นพี่ พี่ บอก อาเจ็ก ไปเยอรมัน ไปงานซีบิท ไอ้เราก็แค่ได้ยิน ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่ก็เหมือนจำได้แม่น อยู่ตลอด ต่อมาอีกหลายมาทำงานอีกที่ ได้เห็นประกาศของทาง SIPA เรื่องการจัดทัวร์ไปดูงานที่เยอรมัน สวีเดน ไอ้เราก็ เฮ้ย นี่มัน ที่เถ้าแก่คนเก่ากูเคยไปมานี่นา เฮ้ย อยากไปทำไงดีวะ ที่ทำงานปกติ ไม่เคยมีเด็ก เด็ก ที่ไหนขอไปดูงานต่างประเทศ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นทางผู้ใหญ่สั่งมา ไม่ว่าไปประชุม ไปดูงาน (ต่างประเทศ) และส่วนมากไม่เป็นเจ้านายไปเอง ก็เด็กนักเรียนนอกไป กาก กาก อย่างผมก็นั่งหาว เรอ แหงนมองกันไป ทำไงละ อยากไป เขียนขอแม่งเลย ผ่านทั้งหมด ๑ หัวหน้าแผนก ๒ ผู้อำนวยการกอง ๓ ผู้อำนวยการฝ่าย ๔ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ๕ รองผู้ว่าการ ๖ ผู้ว่าการ ครับ ๖ ด่าน ไอ้ ๑ ถึง ๓ ไม่เขียนอะไร เซ็นกำกับอย่างเดียว (กูจะได้ไปมั้ยเนี่ย) ดีที่ ลำดับ ๔ เซ็นให้ว่า น่าจะให้ไป แต่ตัดดูงานที่สวีเดนออก ถ้าระดับ ผู้ช่วยฯ เขียนให้แบบนี้ ที่เหลือก็ผ่านฉลุย งานนั้นได้ไป ๒ คน อย่างเฮ ผมว่า ผมน่าจะเป็นคนแรก (หรือยังไง) ที่อยากไปแล้วเขียนขอไปเอง แล้วลูกพี่ก็ให้ไปซะอีก เฮ เลยครับ งานนั้น แถมได้ถือ official passport อีกต่างหาก (ราชการ) เข้าเยอรมันได้โดยไม่ต้องของ visa ด้วย แม่ม โคตรเจ๋ง งานนั้นได้ดูงาน จนขาลาก แถมลาพักร้อนต่อ เพื่อเที่ยวอีก

ได้เห็นหิมะ ครั้งในคืนแรกที่ไปถึง เห็นตอนเช้า ตื่นมา ข้างนอก ขาวโพลนไปหมด วู้ วู้ วู้ ได้เป็นกระเหรี่ยง ที่ขึ้นรถไฟยังไม่เป็น บอกให้ไกด์เรียก taxi ให้ ในวันที่ต้องแยกทาง เนื่องจากเราอยู่เที่ยวต่อ แล้วโรงแรมที่จะไปพัก ดันอยู่ซะอีกเมือง บริษัททัวร์ ก็ดีเหลือหลายจองให้อยู่ใกล้กับที่เที่ยว กลัวเราจะเสียค่าเดินทางเยอะ แต่อีกตอนจาก frankfurt ไปเนี่ยสิ ไกลโคตร ครับ งานนั้น โดน taxi เยอรมัน (benz) แดกไปซะ ๒๐๐ มาร์ค ลองเอา ๒๐ คูณดู (ตอนนั้นยังไม่ได้ใช้เงินยูโร)  นั่นแหละค่ารถ taxi แต่ taxi ที่นั่นดีมาก พอยื่นกระดาษที่อยู่โรงแรมให้ มันคว้าหนังสือเล่มเล็ก เล็ก มาเปิดดู คล้าย ๆ สมุดแสดงเส้นทาง แต่ไม่มีแผนที่นะ เป็นแค่บอกว่าถ้าจากเมืองนี้จะเมืองโน้น ต้องผ่านทางหลวงหมายเลขอะไรบ้าง ถ้าเป็นเมืองไทย คนขับมันคงถามทางคนโดยสารไปตลอดทาง หรือไม่ก็บอกว่า “ไม่ไป” มึงไปหาคันอื่นเหอะ ขับมันขับรถความเร็ว ร่วม ๒๐๐ กม. ต่อชั่วโมง บนถนนหลวง มิเตอร์ค่ารถ ขึ้นเป็นตัวเลขไฟบนกระจกมองหลัง ยังกะ ในห้องนักบินที่มีการแสดงข้อมูลต่าง ๆ บนกระจก ครับ แน่นอน ไม่มีการเหมาจ่าย คิดตามมิเตอร์อย่างเดียว ขากลับ จะไกลแค่ไหนก็เรื่องของมึง ถ้าเป็นเมืองไทย บ่นกันตายห่า จริง จริง มีเกร็ดเยอรมันมาเล่าอีกเยอะ เอาไว้เขียนอีกตอน เพราะประเทศนี้ ผมไปมาสามครั้ง เอาละตัดกลับมาอเมริกาของเราต่อ

ก็นั่นแหละ ได้แต่ฝัน นั่งมอง เขาไปกันโครม โครม แล้ววันนึงก็ถึงคิวเรา แต่ครั้งนี้เป็นความอยากของคนอื่น ที่เมื่อเริ่มโครงการตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ขึ้นมาของบริษัท ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในทีม ที่ก็ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขา เขาให้ทำงานอะไรก็ทำไปตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ปรากฏว่าพรรคพวกเขาขอไปอบรม เพื่อให้ความรู้งอกออกมาจากเขาน้อย น้อย ของเราว่างั้นเหอะ จะได้กลับมาทำงานผลักดันหน่วยธุรกิจนี้ให้เติบโตเป็นการขยายงานออกในอีกแนว ที่ทางบริษัทไม่เคยทำมาก่อน (โห ฟังดูดี รุ่นบุกเบิก) ครับงานนี้ เลยได้ไป แบบไม่ต้องเรียกร้อง โอ้ววววว กูจะได้ไปอเมริกา แล้วโวย ไปไหน ไป ไป ซานโจส ฮ่า ฮ่า ฮ่า เคยได้ยินมั้ย ซานโจส (Sanjose) ครับ มันคือ ซานโฮเซ เอากะกูสิ ซานโจส มุขนี้มีมานานนม แต่ถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่จบเชื่อผมเหอะ 🙂  และแน่นอน มันต้องอยู่ต่อไหน ไหน ไปแล้ว เอาให้คุ้ม สำหรับการขอ visa อเมริกานะเหรอ คุณอยากรู้ไปดูเดี่ยว ๘ ของ ดมอุโนต ชัดเจนที่สุด เพียงแต่ผม เลือกไปต่อแถว สัมภาษณ์  ในช่องภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เพราะภาษากูดีหรอกนะ คิว แม่งสั้นดี กูเบื่อจะรอ แล้วไง ละ ถามกูอยู่นั่นแหละ ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง ก็มั่วกลับมันไป มันก็ถามอยู่นั่นแหละ คำถามเดิม เหมือนกับว่า “มึงไม่เข้าใจที่กูถามเหรอไง” ไอ้เราก็ กูก็ตอบมึงแบบนี้ไง ตามที่กูเข้าใจ (คงตอบไม่ตรงกับที่มันถามเท่าไหร่) จนมันเบื่อจะถาม ประมาณว่า “ไอ้กะเหรี่ยง เอ้ย เอ้า ไป ไป ทำห่า อะไรก็ไปเหอะ” ครับสรุปว่าได้ visa อายุ ๑๐ ปีมา ตอนนั้นยังนึกอยู่เลยว่า โห ทำไมให้มานานจังวะ (แต่การเข้าไปอยู่แต่ละครั้งขึ้นอยู่กับ ตม. ที่โน้นอีกที ว่าจะให้อยู่กี่วัน) นึกฝันอยู่เลยว่า งี้ก็มีโอกาสได้ไปอีกสิวะเนี่ย visa อายุตั้ง ๑๐ ปี มาถึงตอนนี้ รู้สึกว่าจะไม่คิดอย่างนั้นแล้วละ ฮ่า ฮ่า นึกยังไม่ออกเลยว่าจะได้ไปอีกไหม ครับการไปครั้งนั้น ได้แวะเปลี่ยนเครื่องบินที่ญี่ปุ่น เลยได้เหยียบญี่ปุ่นไปนิดนึง แค่ในอาคาร โห แค่นั้นก็ดีนักหนา นี่มันก็แผ่นดินในฝันเลยนี่นา ซึ่งก็ไม่ได้คิดเลยว่าจะได้มีโอกาสมาอีกครั้งในหลายปีต่อมา

วินาทีแรก ที่ได้ผ่าน ตม. อเมริกา เพื่อไปนั่งรอ เครื่องบินในประเทศ ที่จะบินจาก LA ไป Sanjose ผมได้แต่นึกในใจ ไปพร้อม พร้อมกับที่เท้าได้เหยียบไปบนพื้น “อุ๊ย (ทวด) ผมมาถึงแล้ว ยาย ผมมาถึงแล้วฮะ” (กระทืบพื้นมันไปหลายที) “ที่ยายเคยเล่า ผมมาถึงแล้ว”  [off record ช่วงนี้นิดนึง ผู้เขียน] จากนั้นก็ตะลอนกันต่อไป บนเครื่อง ซึ่งพอเครื่องออกจาก LA ผมก็หลับเป็นตาย เนื่องจากกว่าจะนั่งข้ามทวีปมาได้เล่นไป ร่วม ๒๔ ชั่วโมงที่ต้องอยู่บนเครื่องตอนมาลง LA ที่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านอน กิน ดื่ม ดูหนัง ครับ หลับเป็นตาย แบบว่าต่อให้เครื่องบินมันตกกูก็ไม่รู้เรื่อง จนถึง Sanjose อีกตอนที่เครื่องจะลงที่ LA นั่น ก็นั่งมองแผ่นดิน อยู่ตลอด ว่านี่ เหรอ อเมริกา เฮ้ย นี่มันอเมริกา โวย ตอน Landing ก็เห็นเมือง LA ก็นึกในใจ “อเมริกา โวย กูมาถึงแล้ว” ครับไปถึง Sanjose ก็ไปนั่งอบรม ตามเรื่องตามราว เดินเล่นในเมืองเท่าที่จะเดินได้ นั่งรถไฟ นั่งรถประจำทาง ไปเรื่อย ขา กลับก็ตุนเบียร์กระป๋องที่ซื้อจาก Supermarket บางวันก็ออกไปนั่งเล่นในบาร์ กินเบียร์ ดีว่าคู่หูที่ไปด้วยเป็นผู้หญิง เลยได้นอนกันคนละห้อง ผมเลยสบาย ไปดู exhibition แถว ๆ นั่น ไปมหาวิทยาลัย ไปห้องสมุด เห็นแล้วอิจฉา บ้านเมืองเขาจริง จริง  กินกาแฟ starbuck แบบไม่เสียดายเงิน เพราะมันถูกที่สุดละ พอใกล้วันจะกลับ เดินไปเจอร้านอาหารไทย โถ อยู่แค่เอื้อม ใกล้ ๆ โรงแรมนั่นเอง ครับ พอเข้าไปเจอเด็กในร้านทักเป็นภาษาอังกฤษ ไอ้เราก็มองหน้า แล้วพูดภาษาไทย น้อง น้อง เลย บอก โอย โทษที ไม่รู้ว่าเป็นคนไทย จะทานอะไรดีคะ “ผัดกระเพราเนื้อสับ เผ็ด เผ็ด” พี่ซัดอาหาร กาก กาก ของที่นี่มาหลายมื้อละ ครับ ได้ผล มาจานเบ่อเร้อ ตามธรรมเนียมของที่โน้น จานเบ่อเร้อ ก็ประมาณผัดกระเพรา สามจาน ของบ้านเรา ฟาดกันน้ำหูน้ำตาไหล แถมเจ้าของร้านมานั่งคุย คุยกันไปมา อ้าว มีเพื่อนสมัยเรียนทำงานอยู่ที่เดียวกับเราอีก น้องที่มาบริการ ก็เป็นนักศึกษาที่มาเรียนต่อที่นี่ ว่างก็มาทำงานหาเงินพิเศษ เจ้าของร้านบอก นี่ถ้าไม่รีบกลับ วันหยุดสุดสัปดาห์จะพาไป San Francisco เพราะพี่เขาไปวัด ไปเที่ยวทุกอาทิตย์ ไอ้เราก็ต้องกลับ LA งานนั้น เลยอดครับ อ้อ ตอนเที่ยวบาร์ ที่โน้น ขาเมาทั้งหลายก็ดีนะ เขามีแก้วของใคร ของมัน ไว้ที่ร้านด้วย ไอ้เรานั่งที่บาร์ก็ถาม Bartender  “เฮ้ย ทำไม แก้วในตู้ มีชื่อด้วยฮะ”  เธอบอกว่า “อ๋อ นั่นสำหรับพวกที่เขาซื้อแก้วไว้เลย ประมาณขาประจำ พอมาก็บอกชื่อ เดี๋ยวจัดให้ แก้วใบเดิม ไม่ต้องแบ่งกินกับใคร” แหม เข้าท่า ครับขี้เหล้า หรือนักดื่มที่โน้น เขาดื่มกัน แบบสั่งกินทีละแก้ว ไม่เหมือนบ้านเรา เปิดกันทีละขวด พร้อม โซดา น้ำ นั่งถองกันทั้งคืน เหมือนในเยอรมัน ที่ผมไปครั้งหลัง หลัง และได้มีโอกาสเข้าบาร์ ก็กินกันเป็นแก้ว แก้ว เหมือนกัน กับแกล้มก็แทบจะไม่มีอะไร เห็นกิน sandwich บ้าง ไอ้ที่จะสั่งกับข้าว มาเต็มโต๊ะ คงไม่ได้เห็น ครับเรียนจบ ก็กลับไป LA ซึ่งจะไปนอนต่อที่บ้านญาติ ของเพื่อนร่วมงานที่ไปเรียนด้วยกัน ก่อนกลับก็สั่งหนังสือจาก Amazon ให้มาส่งที่โรงแรม แต่คำนวณแล้วพบว่า คงไม่ทันก่อนกลับ เลยบอกที่โรงแรมว่า ถ้าหนังสือมาให้ส่งต่อไปที่ LA ด้วยเราจะรอรับที่โน้น งานนั้น ปรากฏว่า กลับถึงเมืองไทย ไม่ได้ถึงไหนสักที่ ไม่รู้ไปถึงไหนหนังสือ email   ถามที่โรงแรมเขาก็บอกว่า ที่โรงแรมเขาไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ ไม่เคยมีของหายถ้าส่งมาจริง เลยต้องคุยกับ Amazon ที่สุดแล้ว สรุป Amazon ส่งมาให้ใหม่ ที่เมืองไทย เรื่องก็จบด้วยดี รับผิดชอบต่อลูกค้าได้ดีทั้ง Amazon และโรงแรม สำหรับเมืองไทยผมยังไม่ประสบการณ์ ใครมีเล่าบ้างสิ สั่งแล้วจะหายมั้ย ฮิ ฮิ

ตะลอน LA ครับ ชีวิตพรเทพ อาศัยบ้านเขา นอนบนโซฟา ตลอดเวลาที่อยู่ ประมาณอาทิตย์นึง แค่นี้ก็บุญโขแล้ว เขาเลี้ยงทั้งข้าว ทั้งน้ำ พาไปเที่ยว Las Vegas ห่างจาก LA ประมาณ ๔๐๐ กม. ได้ โอ้วววว แม่เจ้าเมืองคนบาป สุดยอด จริง จริง สะพานลอยข้ามถนนยังมีบันไดเลื่อนเลยคิดดู ไปกินอาหารพี่เลี่ยน (Italian) แบบที่เป็นพี่เลี่ยน จริง จริง pizza บาง บาง กรอบ กรอบ ข้าวแฉะ แฉะ กรุบ กรุบ เหมือนข้าวราดปลากระป๋อง ฮา … ไวน์ ปลาชิ้นบาง บาง บางงงง จนเห็นพื้นจาน ครับ ก็ดี ดีแบบของเขา เรากินก็ดี ดีทั้งนั้น (กินฟรี) เจ้าของร้านเปิดโต๊ะพนัน (สารพัด บอล ฯลฯ) และแน่นอน โต๊ะเถื่อน ฮิ ฮิ ไม่ต่างจากบ้านเรา

อยู่ LA ก็ช่วยทำงานที่ร้านอาหาร ที่เจ้าของบ้านเขาเปิดร้านอาหารไทยอยู่ ล้างจาน ทำโน้นนี่นั่น เออ ก็ดี ได้ประสบการณ์ ได้เจอ คนไทย ที่มาทำงานในร้านสองคน (visa ขาดแล้ว) ทำงานเก็บเงิน เพราะกลับเมื่อไหร่ ก็ไม่มีโอกาสได้ เข้าเมืองอีก ประเภทลักลอบทำงาน รู้ว่าเมื่อมาใหม่ ๆ ต้องรีบทำใบขับขี่ ทำนี่โน้น นั่นให้เรียบร้อย ชีวิตแต่ละคนก็สมบุกสมบัน สู้ชีวิตกันพอสมควร ไม่ได้สบายเลย งานนั้นเลยได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และก็มีโอกาสได้เที่ยว Hollywood โดยมีพี่คนนึง ที่เล่นบาสเกตบอลด้วยกันที่เมืองไทย พาไป ปกติ พี่แกไป ไป มา มา ระหว่างเมืองไทย อเมริกาเป็นประจำ ประเภทอยู่โน้น สามเดือน อยู่ที่นี่สามเดือน พาไปเดินเล่นใน Hollywood ไปกินข้าว ขอบคุณมากครับพี่มานิตย์ (ตอนนี้เหรอ แกตายไปละ ด้วยโรคภัยไข้เจ็บ) สำหรับเมืองดารานะเหรอ ไอ้พื้นทางเท้าที่มีชื่อดารา มีรอยมือ รอยตีน พรเทพ ไปเหยียบมาแล้ว ขอบอก โรงแสดงของเขา ที่เขาแจกรางวัล Oscar ฮา ก็ไปส่องมาแล้วเด้อ ขอบอก 🙂

สวนสนุกมีไหม มีคร๊าบบบ ไปถึงโน้น แล้วจะพลาดเหรอ แต่ไม่ได้ไป Disney นะครับ ไปโรงถ่ายของ Universal โอยพ่อคุณ แม่คุณ แม่ เอ้ย อลังการงานสร้าง โรงถ่ายหนัง สุดยอด สุดยอด เมืองทั้งเมือง เนรมิตร กันฉากใหญ่โต :-O ฉากเครื่องบินตก ที่เป็นซากเครื่องบินจริง จริง ฉากน้ำท่วม ที่เป็นน้ำท่วม จริง จริง แล้วก็เหมือนเสกให้แห้งได้ในพริบตา แผ่นดินไหว ถล่มในสถานีรถไฟใต้ดิน วู้ วู้ ยังไม่นับรวม โรงหนัง ๔ มิติ (พึ่งมีในบางกอกเมื่อเดือนนี้เองเรื่อง transformer 3 กูดูเรื่อง shrek 4D ที่โน้น มาก่อนหน้า ไม่รู้จะกี่ปีแล้วโวย วู้ วู้ ) และเครื่องเล่นสารพัด เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี สวนสยาม dream world นี่เรียกว่า ต้องหลบตกขอบไปเลย (แต่ก็เนอะ มันก็ดีเท่าที่บ้านเราจะมีได้แล้วละ) เอ้าจบ พอละ อเมริกา

หลังจากนั้นเหรอ เพื่อนผมเขาได้ไปอีก แต่สำหรับตัวผม คิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้วละ ถ้าให้ผมชอบ ผมชอบยุโรป มากกว่าด้วยเหตุผลที่ว่าคือ ๑. อาหารยุโรป อร่อยกว่าไอ้กันเยอะ ๒. เดินทางสะดวกกว่าด้วยรถไฟ ไอ้กันถ้าไม่มีรถยนต์นี่แทบเป็นง่อย ๓. ยุโรปแลดูมีความเก่า ความทันสมัย อยู่ในตัว ในขณะที่ไอ้กันมีแต่ความใหม่ นอกไปจากการเสพ หนังที่ดาดดื่น เนื่องด้วยบ้านเราก็ดูแต่หนัง Hollywood เสพวัฒนธรรม ของ ‘เมกา ผ่าน โค้ก เบอเกอร์ กีฬา คอมพิวเตอร์ และหนัง นอกจากนี้แล้ว เราก็ไม่ได้เสพอะไรไปมากกว่านี้แล้วมั้ง  แต่เอะ คิดไป มา มันก็แทบทุกอย่างนี่หว่า นี่ยังไม่นับ เพลง เสื้อผ้า ฮะ ฮะ ดีนะช่วงหลังยังมี เกาหลี ญี่ปุ่น แทรกมาบ้าง ครับมันก็ปนกันไปมา เป็น แกงโฮะ อยู่อย่างนี้ละเน้อ อ้าย เน้อ “บ่ ต้องไปกึดอะหยังนัก” take it easy ! แล้วก็จิบมาตินี่ ซะ

เอ้า ร่ายมาซะยาว(พอประมาณ) ยังไม่ได้ขึ้นเรื่องที่ ๒ ที่ ๓ เลย พอละ รอไปก่อนนะ หวังว่าคนเขียนจะไม่ลืม …. / เอาเวลามาทำแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน (ช่วงนี้ hurt) บ้า บ้า บอ บอ จมปลัก เหมือนถูกดูดเข้าหลุมเวลา ถอยหลังไป หวังว่าจะเอาชนะหลุมเวลานี้ได้ ว่าแล้วก็จิบเบียร์ต่อ ขวดที่ สอง Yeppy Huuuu !!!!

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s