สวน

สวน น่าน

สวน น่าน

สวนหลังบ้าน ถ่ายเมื่อช่วงสงกรานต์วันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ตอนช่วงสาย สาย ๑๐.๒๙ น. นับว่าเป็นภาพชุด สุดท้ายที่จะได้เห็นสวนแห่งนี้ เวลาเปลี่ยนผ่าน อะไรก็เปลี่ยนไป นับแต่นี้คงไม่ได้เห็นอีก ก็ได้แต่แปลกใจว่า คนที่ไม่เคยแม้จะปลูกต้นไม้สักต้นให้เห็นในสิบปีที่ผ่านมา เขากล้าที่จะโค่นตัดต้นไม้ในสวนจนเลียนเตียนโล่งไปได้ (เมื่อผมได้กลับไปที่บ้านยายอีกครั้งเมื่อ ๒๕ มิ.ย. ๒๕๕๓ ต้นไม้ถูกตัด สวนถูกถมที่ด้วยดินแดง แดง แห้ง แห้งเหมือนสมองคนบางคน) คนโง่เท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ เขาอ่อนด้อยสติ ปัญญา เสียเหลือเกิน จริง จริง ไม่แปลกใจเลย

ในสวนนี้มีอะไร แม้ไม่มีคนดูแล ผึ้งก็ยังมาอยู่ ในวัยเด็ก ในสวนนี้มีทั้งพลังงาน จำได้ว่าเราสามารถมีฟืนใช้ได้ ไม่เคยเห็นสักครั้งว่าเราต้องไปซื้อฟืนจากที่ไหนมา เราต้มน้ำเดือดได้แค่เดินไปในสวนหาเศษฟืน หรือจ้างคนงานมาตัดฟืนไว้ใช้ เรามีต้นกล้วยที่ตัดใบไปขายได้ เรามีกระท้อนกินได้ทั้งปี เมื่อนำมาดองไว้กินหลังหน้าฝน หน้าฝนที่ผมจะตื่นตอนเช้าถือกระป๋องน้ำสองใบไปเดินเก็บกระท้อนที่หล่นหลังจากฝนตกหนักเมื่อคืน เมื่อถึงหน้ามะปรางออกลูก มะปราง(เปรี้ยว) กินกับกะปิ น้ำปลา น้ำตาล ที่เห็นแล้วน้ำลายไหลสอ เมื่อเหลือกินเราก็เอาไปขายได้อีก หรือไม่ยายก็จะเอามาดองในโอ่งลายมังกร ในสวนมีต้นเมี่ยง(ใบชา?) ที่เมื่อเอาใบมานึ่งแล้วก็หมักในไหก็จะกลายไปเป็นใบเมี่ยงขนมของคนแก่(คนโต) ที่เด็ก ๆ ก็ชอบกินโดยเฉพาะที่เรียกว่าไส้หวาน ในใบเมี่ยงห่อด้วยน้ำตาลถ้าซื้อของเขากินก็จะมีมะพร้าวคั่วด้วย เราอม อม ดูดน้ำแล้วก็คายกากทิ้งก็เพลินดี ในสวนมีมะพร้าว มีต้นฝรั่ง(ขี้นก) ลูกเล็ก เล็ก แต่หวานเมื่อสุก มีส้ม มีเงาะ มีละมุด ที่แม้จะกลายพันธุ์ หรือแคระ ไปตามวัย หรือการผิดเพี้ยนจากถิ่นกำเนิดของมัน ที่อร่อยไม่แพ้อย่างอื่นก็น่าจะเป็นชมพู่มะเหมี่ยว เวลาสุกฉ่ำ ๆ มีสีแดงคล้ำ หวาน อมเปรี้ยว แช่ในตู้เย็นหรือจิ้มน้ำตาลหน่อยอร่อยเหาะ ที่สำคัญใบของมันเอามานึ่งทำเป็นเมี่ยง (โคตร)อร่อย รสจะออกมัน เปรี้ยว ใครไม่เคยไปหาลองดูนะ พืชเศรษฐกิจของที่บ้านจะมีอยู่อีกชนิดก็คือใบเตย ที่เป็นพุ่มใหญ่ ใครเอามาปลูกก็ไม่ทราบได้ รู้แต่ว่าเรามีหน้าที่ตัดไปขายเพื่อเอาไปทำลอดช่อง ใส่เครื่องคั้นเอาน้ำไปผสมกับแป้ง แล้วก็เคี่ยว เคยไปช่วยเขาเคี่ยว นับว่าหนักเอาการเวลาที่มันเริ่มเหนียวและข้น ถ้าคนไม่ดี ก้นหม้อจะไหม้เอาได้ ร้อนได้ใจดีมาก เวลาตัดใบเตยที่จะเจอกันประจำก็คือตัวบุ้งสีเขียวขนยาว ดูน่าขนลุก และอย่าถามว่าคันหรือไม่ ไปลองสัมผัสกันเอาเอง 🙂

ในสวนมี จี้กุ่ง (จิ้งหรีด) ให้เราขุดมากิน (ทอด ตำน้ำพริก)  กระทั่งเจอกบตัวใหญ่ ที่คุณตา เคยจับได้มาแกงกิน ตำน้ำพริกกบ มีผึ้งให้เราได้ตีเอารังมัน เพื่อเอาน้ำหวาน รังผึ้งตัวอ่อนผึ้ง เวลาเคี้ยวแล้วเหมือนเคี้ยวหมากฝรั่ง เป็นที่เล่น ห่าม ห่าม เขาพวกผม ที่แอบเอาก้อนหินขว้างรัง แล้วเตรียมวิ่งหนี เป็นที่ยุงชุกชุม ขนาดที่สามารถตบได้ทีเดียว สี่ตัว ห้าตัว เวลาที่มันเกาะกินเลือดตามขา สวนเป็นแหล่งอาหารของบรรดาไก่ หรือกระทั่งนกเหยี่ยวที่ลงมาจับกินลูกไก่ เรามีกะทิกินโดยไม่ต้องไปซื้อกะทิกล่อง  จะเหนื่อยหน่อยเมื่อตอนเด็กก็เมื่อถูกใช้ให้ขูดมะพร้าว จะมีความรู้สึกว่าเมื่อไหร่จะขูดเสร็จหนอ วันเวลาช่างยาวนานเหลือเกิน แต่เป็นเด็กผู้ชาย(ลูกผู้ชาย) ให้ผู้หญิงนั่งปอกมะพร้าวก็ดูแปลก ๆ  บางปี(ทุกปี) เมื่อถึงเวลาก็จะมีคาราวานคนและลิง ที่มารับจ้างขึ้นมะพร้าวให้เราโดยที่เราไม่ต้องจ้างแต่ให้ค่าจ้างด้วยลูกมะพร้าว พร้อม พร้อมกับความสนุกที่ได้นั่งดูลิงทำหน้าที่ของลิงขึ้นมะพร้าว และทึ่งกับมันเมื่อเห็นลิงสามารถกระโดดข้ามระหว่างต้น(ทางใบ)โดยไม่ต้องลงดินมาขึ้นต้นใหม่

ผมไม่รู้หรอกว่าเกษตร (ที่เห่อพูดถึงกัน) อินทรีย์ เศรษฐกิจพอเพียง(ของใคร) หรืออะไรที่บอกว่าอนุรักษ์ ย้อนยุค การกลับมองตัวเอง ทฤษฎีทั้งหลายจะเป็นอย่างไร ผมไม่เห็นว่าที่ มาพูดถึงกันตอนนี้ มันจะเท่ ดูดี ดูขลัง อะไรเลย เพราะอะไร ก็กู(ผม)เห็นแบบนี้ของกูมาตั้งแต่เด็ก ๆ

ยังมีต่อเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน….

เราเคยขุดสระหลังบ้าน โดยมียายเป็นสถาปนึก ในการออกแบบ โดยการนึกแบบใส่กระดาษให้คนงานขุด ไม่เคยถามยายเลยว่าขุดทำไม เข้าใจว่าเอาไว้กักเก็บน้ำ เพราะเดิมหลังบ้านจะมีหลุมขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า บวก (ประมาณ ปลัก) แต่มันคงตื้นเขินไปตามเวลา น้ำที่ว่าก็น่าจะเป็นเมื่อถึงเวลาหน้าน้ำหลากในหน้าฝน เมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วม เจ้าสระ หรือหลุมที่ว่า ได้กลายเป็นที่กักปลาชั้นเลิศ เมื่อตอนน้ำลด ตอนนี้ไม่ใช่น้ำลดมดกินปลาแล้ว แต่เป็นน้ำลดคนจับปลากันในสระได้ปลาเล็กปลาน้อย ปลาใหญ่กันเป็นการใหญ่ แต่ว่าตั้งแต่มีสระก็ไม่เคยเห็นว่าเอาน้ำในสระไปทำอะไรเลยไม่ว่าจะรดต้นไม้หรือทำอย่างอื่น ใกล้สระ ก็มีการขุดบ่อน้ำ และบ่อคอนกรึตเล็ก ๆ ที่เอาไว้พักน้ำจากบ่อน้ำ ได้เป็นที่เลี้ยงปลา หางนกยูง ปลาอื่น ๆ ที่ผมไปซื้อมาจากร้านขายปลา (แถวบ้านช้างเผือก ใกล้โรงไฟฟ้า) เช่น ปลาเสือ เวลาดูปลาพวกนี้แล้วเพลินดี น้ำในบ่อก็เอาไว้ตักรดน้ำต้นไม้ ต้นกล้วยแถว ๆ นั้น เมื่อมีโอกาส แต่ก็สู้ใช้สายยางเปิดจากก๊อกไม่ได้ สบายดี เราจะเปิดให้มันค่อย ๆ ไหล โดยไม่ต้องไปคอยดูมัน เดี๋ยวนี้ถ้าให้เรียกเขาคงเรียกว่าระบบน้ำหยด แต่ของเราไม่หยด ของเราไหล และให้มันไหลนอง โดยการย้ายไปวางตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ที่สำคัญคือเป็นนำ้ที่สูบจากบ่อเก่าแก่ ของบ้านยายชวด (ทวด) เพราะยายคงไม่ให้เปิดจากของการประปา เป็นแน่แท้ น้ำแบบนั้นต้องจ่ายเงินเขาคงไม่สนุกเวลาสิ้นเดือนที่เขามาเก็บเงิน

ความพยายามของปลวก

ความพยายามของปลวก

ไม่รู้ว่าปลวกมันอยากจะอยู่คอนโดมิเนียมแบบคนกรุงเทพฯ หรืออย่างไร มันคงคิดว่าเท่ และเข้าท่าดี ที่จะได้ไปอยู่บ้านสูง สูง หรือมันไปเรียนหนังสือ ไปทำงานเมืองกรุง มาก็ไม่ทราบได้ เลยกลับมาสร้างบ้านแบบนี้อยู่ นำ้จะท่วม??? หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ก็นับว่ารอดพ้นจากทั้งคน ทั้งไก่แน่ แน่ จอมปลวก ในสวนจะมีให้เห็นอยู่อย่างน้อย สองถึง สามจอมปลวก ขนาดใหญ่ ในสายตาของเด็กอย่างเรา รวมถึงที่เป็นจอมปลวกร้าง ซึ่งปลวกมันเคยกลับมาอยู่ใหม่หรือไม่ ก็ไม่เคยได้สังเกต แต่ที่แน่ แน่ ถ้าเอาจอบไปขุดแล้วละก็ ไก่ที่เลี้ยงไว้เป็นได้เบิกบานสนุกสนานกับการไล่จิกกิน ดูเหมือนกับคนไปกินโต๊ะจีนในงานเลี้ยงก็ไม่ปาน

สวน และ ไก่

ไก่และสวน วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ๑๘.๑๒ น.

หาภาพ รูปไก่ ที่มาไข่ บนระเบียงไม่เจอ เราเรียกไก่พวกนี้ว่า แม่ไก่ซ่า บางทีก็มองมันด้วยความหมั่นไส้ ซ่าเหลือเกิน พยายามหาที่วางไข่ บางครั้งมาไข่ในตะกร้าหวายตรงระเบียงที่ทำกับข้าว ไข่ไว้ในรางน้ำฝนบนหลังคาบ้างก็มี รังไข่ในกรงทำไว้ให้ไม่ยอมไข่ว่ากันอย่างนั้น

ไก่ สวน ต้นไม้

ไก่ สวน ต้นไม้

เหลือบไปเห็น ข่า ตะไคร้ บ้างครั้งมีพริก มีมะเขือ มะนาวต้นโต ที่ตัดไปนานแล้วเช่น มะกอก ที่ถึงเวลาก็จะมาพร้อมตัวบุ้ง ตัวหนอน และใบมะกอก และลูกมะกอกที่หล่นลงบนหลังคารถ มันคงยุ่งยากในการดูแล แถมต้นใหญ่น่ากลัวจะโค่นทับบ้านเอาได้ นี่ยังไม่รวมผักสวนครัว หอมด่วน ฮู้จักก่ สะระแหน่ รู้ว่าใบพริกเอามาผัดกินได้ก็ตอนเด็กนี่แหละ เพราะไม่ชอบเลย แต่ก็กิน (ไม่มีสิทธิเลือก) เคยปลูกต้นมะพร้าวไว้เมื่อตอนครบรอบวันเกิด (ปีไหนจำไม่ได้) มันคงขาดน้ำ ขาดปุ๋ย ที่ดีพอที่จะทำให้โตได้เร็ว หรือว่ามันเป็นมะพร้าวเตี้ย ถึงตอนนี้ก็ไม่เห็นมันแล้ว ไม่นับต้นหางนกยูง ที่ต้องตัดเพราะมันโตเกินไป ที่จะมีคนคอยดูแล หลังจากที่มันเกือบไม่รอดจากการปลูกครั้งแรก (ด้วยเมล็ดที่เอามาจากบ้านยาย’ศรี กทม.) เพราะคนงานตัดหญ้าเกือบตัดมันไปด้วย (แอบเอาเมล็ดไปหยอดไว้) เลยต้องย้ายที่ปลูกพร้อมกับบอกว่า นี่ผมปลูกไว้นะ ที่บ้านยายจิตไม่มีลำไย เมื่อไหร่นึกถึงลำไยต้องบ้านยายพร ลำไยกะโหลก ลำไยสีชมพู  มีกินโดยไม่ต้องซื้อ พูด่างใบใหญ่ ใบเล็ก ที่ขึ้นบนต้นมะปรางหน้าบ้าน ห้อยลงมาเป็นพุ่มใหญ่ ที่ใครอยากได้ก็จะมาขอตัดไป

สังคมกำลังเปลี่ยนไป ไปทางไหนก็แล้วแต่ มันดี มันจะเลว อย่างไรก็ว่ากันไป แล้วยังไงละ อาจจะต้องยืมคำอาจารย์วรภัทร มาบอกว่า ไอ้ต้นสวย สวยที่ปลูกกันน่ะ แดกเข้าไปได้ไหมละนั่น (อะไรประมาณนี้แหละ ผมแปลให้มันเถื่อน เถื่อน หน่อย) ที่บ้านยาย เป็นความเจริญคู่ขนานที่ไม่แปลกแยกเลย ที่บ้านยายมีเตา Gas มาแต่ชาติปางก่อน เท่าที่มันจะมีมาให้ใช้ได้ พร้อม ๆ กันกับที่ยายก็ใช้ฟืน ถ้าจำเป็นเร่งด่วน เราก็สามารถใช้เตา Gas จุดติดทันที ที่ต้องการ มีหม้อหุงข้าวไฟฟ้า มีเตารีดไอน้ำ มีโทรศัพท์ ถ้าสมัยนั้นมีเครื่องคอมพิวเตอร์แพร่หลาย ผมว่าบ้านยายก็คงมี บ้านยายมีเครื่องซักผ้า National เรียกได้ว่าแทบจะก่อนบ้าน ใคร ใคร ที่จะมีได้ แต่ยายทำเก๋กว่า ด้วยการซักด้วยเครื่องแต่ล้างน้ำด้วยมือในกาละมังซักผ้า นัยว่าเพื่อการประหยัดน้ำ (สมัยนั้นเครื่องไม่มีการวัดปริมาณตามจำนวนผ้า)  แต่เราจะเจริญกันไปแบบหัวเอียง เอียง เหลี่ยม เหลี่ยม หัวบุบ บุบ บู้บี้ บู้บี้ ก็ไม่อาจจะทราบได้ ถึงสติ ปัญญา ของคนสมัยนี้ เพราะยายคงบอกว่า กูแก่แล้ว พวกสูอยู่ก็คิดอ่านทำกันต่อไปเถอะ !!! ที่เหลือคิดเอาเอง(โวย) ผมนึกในใจว่า อยากจะจบเรื่องนี้ดีไหม เอาเถอะนึกอะไรได้ก็จะเขียน ไม่มีการเรียบเรียง เคยมีคนบอกผมว่า เขียน(หะ)อะไรมา(ใน Postcard) … นึกในใจว่า มันรับรู้ได้ด้วยจินตนาการและการอ่าน(หนังสือ หลากหลาย)และปฏิบัติอย่างมากเท่านั้นถึงจะเข้าใจ ก็แหงละ มันเล่นเขียนมาสามคำ ใครจะไปนั่งนึกว่ามันอยากจะบอกอะไร แต่ก็แปลกมันก็มีคนที่อยู่ในร่อง ในรูของโลกใบนี้ ที่อ่านแล้วเข้าใจ แถมก็ยังไม่ตายด้วยคือหมายความว่าเขาคนเหล่านั้นก็ยังมีชีวิตอยู่เท่าที่ผมจะทราบตอนนี้ (เริ่มนอกเรื่องจากสวนละ) กลับมาที่ต้นกล้วยหอม ที่เมื่อโตพอจะจับพร้า จับมีดได้ เมื่อถึงเวลากล้วยสมควรตัด เราจะตัดก่อนมันสุก การตัดกล้วยเราไม่ได้ตัดเอาที่เครือ เราตัดทั้งต้น เล่าไปก็แค่นั้น ไปลองมีกล้วย ไปลองตัดดู การเรียนคือ การปฏิบัติและรู้จากผลของการปฏิบัติ (ไม่ใช่หรือ) การเรียนรู้ ไม่ใช่การจำ (เพราะอ่าน เพราะฟัง) แต่ถ้าเป็นกล้วยในสวน ต้นไม้ผลที่กินได้ เรามักจะปลูกไว้ใกล้บ้าน เพราะมันสะดวก แต่ถ้าเป็นกล้วยในสวนปกติมันจะเป็นเหมือนกล้วยป่า ที่ มีไว้ให้นก ให้ค้างคาว ไว้กินเท่านั้น เราจะใช้แต่ใบ บางโอกาสถ้ามีกล้วยส้ม เราก็เอามาปิ้งกิน ที่เรียกกันว่า กล้วยปิ้ง คงนึกสงสัย เอะนี่ มันจะไม่ไปซื้อหาอะไรกินเลยหรือ ก็ไม่ขนาดนั้น เพราะบางครั้งเมื่อเราต้องการความสะดวก หรือเมื่อสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่มีในสวน ก็ไปซื้อที่ตลาด !! ไม่ยาก การพึ่งพาตัวเองไม่ได้หมายความว่าต้องทำมันทุกเรื่อง ว่าแล้ว ดช. ช้าง ก็ไปแอบเปิดตู้เย็น หยิบมะปรางหวานที่ปอกแล้ว ออกมากินให้คันคอ คันปากเล่น น้อยหน่า พุทรา มะเฟือง มะไฟ (สวนข้างบ้าน ต้องแอบไปเก็บกินในรูปแบบ Gang เด็กชาย)  คูน้ำที่อยู่เลยบ้านไปตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าหน้าฝนมันยังมีน้ำไหลอยู่หรือไม่ มันไหลมาจากไหนก็ดูจะเกินปัญญาของ เด็กชาย ในตอนนั้น เดาได้ก็คิดว่ามันไหลมาจาก(ทุ่ง)สนามบิน จากนา ที่อยู่ทางตอนเหนือของโรงเรียน ต่อมาก็พัฒนาจากคู มาเป็นการวางท่อคอนกรีต ที่เด็ก อย่างเรา วิ่งลอด วิ่งเล่นกันได้ สนุกสนาน สิ่งที่หายไปหลังจากมีท่อก็คือ จับปลาไม่ได้ เพราะน้ำมันไหลอยู่ท่อไปแล้ว นานเข้า ตอนนี้ น้ำก็คงไม่มีให้ไหลแล้ว

สรุปย่อหน้านี้ คือ ปู่ พ่อ ยาย ปลูกให้ลูก ให้หลาน ได้กิน แต่ถ้า ลูก มันไม่ปลูก หลานไม่ทำ หลานมันก็ไม่มีกิน เหลนมันก็ไม่ต้องไปพูดถึง มึงไปรับจ้างหาเงินแล้วไปซื้อใน Super Store เหมือนกูตอนนี้ได้เลย ฮา ฮา

ยังไม่จบ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s